บทความเกษตร » เคล็ดลับ การเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน ให้โตไว กำไรงาม

เคล็ดลับ การเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน ให้โตไว กำไรงาม

14 พฤษภาคม 2025
1430   0

เคล็ดลับ การเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน ให้โตไว กำไรงาม

การเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน

การเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน


ตะพาบน้ำ เป็นสัตว์น้ำจืดชนิดหนึ่ง ซึ่งจัดอยู่ในประเภทสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ โดยอาศัยอยู่ตามแม่น้ำห้วยหนอง คลองบึง มีอาศัยอยู่ทั่วไปในแหล่งน้ำต่าง ๆ ของประเทศไทย แต่ปัจจุบันตะพาบน้ำเป็นสัตว์ที่หาได้ยากไม่เหมือนกับสมัยก่อน เพราะว่าประชากรของประเทศมากขึ้น ตะพาบน้ำก็ถูกตามล่า โดยมนุษย์จับมาเป็นอาหารเพิ่มมากขึ้น สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติถูกทำลายลงไปเพราะน้ำมือของมนุษย์ ทำให้ตะพาบสูญหายไปจากธรรมชาติอย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีผู้สนใจที่จะเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำแต่ผลผลิตก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ

และมีสาเหตุเนื่องมาจากประเทศในแถบทวีปเอเซียมีความต้องการบริโภคตะพาบน้ำมากขึ้น จึงได้มีผู้นำตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวันเข้ามาทดลองเลี้ยงในประเทศไทย ซึ่งสามารถเพาะเลี้ยงได้เป็นผลสำเร็จ และมีการขยายจำนวนฟาร์มเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวันขึ้นอย่างมากมาย เช่น แถบจังหวัดระยองชลบุรี ตราด และเพชรบุรี ซึ่งฟาร์มเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำเหล่านี้ประสบผลสำเร็จ

แต่ตะพาบน้ำก็ยังไม่เพียงพอจำหน่าย เนื่องจากตลาดต่างประเทศมีความต้องการมาก ทำให้มีที่ผู้สนใจเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวันเป็นจำนวนมาก แต่ขอเตือนผู้เลี้ยงว่าก่อนจะลงมือทำการเลี้ยงเป็นอาชีพ ควรศึกษาเรื่องตลาดให้ดีเสียก่อนเพราะว่าตลาดต่างประเทศ จะไปได้นานแค่ไหน หรืออาจจะเหมือนกับผู้ที่เลี้ยงกบ
ก็เป็นได้

ตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน (Trionyx sinensis)

ตะพาบไต้หวันมีกระดองเป็นรูปรีเล็กน้อย ลักษณะโครงร่างแบบผิวกระดองเรียบมีกระดองส่วนที่นิ่มหรือเชิงค่อนข้างมาก มีหัวใหญ่ คอยาวมากปากแหลม ฟันคมและแข็งแรง เมื่อยังเล็กกระดองเป็นสีเขียวเข้มด้านท้องจะมีสีส้มและสีดำสลับ 5-6 ตำแหน่ง เมื่อโตเต็มวัยกระดองจะเป็นสีเขียวอมเหลืองบริเวณเชิงตจะมีสีเหลืองเห็นได้ชัดเจน ตรงกลางกระดองจะมีรอยขีดขวางลำตัว 6 – 7 ขีด ส่วนท้องอ่อนนุ่มมีสีขาวอมชมพูหรือสีเหลืองอ่อน ๆ ตะพาบไต้หวัน มีนิสัยดุร้าย

สาเหตุที่ทำให้มีการเลี้ยงตะพาบพันธุ์ไต้หวัน เพราะมีไข่ดกและวางไข่ปีละประมาณ 7-9 เดือนสามารถเลี้ยงเป็นตะพาบเนื้อโดยใช้ระยะเวลาเลี้ยง 8-12 เดือน จับจำหน่ายได้ราคาดี

ลักษณะเพศของตะพาบน้ำ

ตัวผู้จะมีลักษณะยาวเรียว ลำตัวบางกว่าตัวเมีย ตัวผู้หางจะยาวกว่าหางตัวเมีย หางจะยาวยื่นออกมาพ้นกระดอง ตัวเมียจะโตกว่าตัวผู้เมื่อมีอายุเท่ากัน ถ้าเอามือลูบที่กระดองตัวเมียจะสากกว่าตัวผู้ ซึ่งสังเกตได้เมื่อตะพาบมีน้ำหนักตั้งแต่ 3 ขีดขึ้นไป ตะพาบจะผสมพันธุ์ได้ดีต้องมีอายุ 18 เดือนขึ้นไปถ้าอายุไม่ครบไข่ออกมาไม่ค่อยสมบูรณ์การฟักจะไม่ดีมีไข่เสียมาก

การผสมพันธุ์และการวางไข่

การผสมพันธุ์

อายุของตะพาบน้ำที่สามารถผสมพันธุ์ได้ควรมีอายุประมาณ 18 เดือน ขึ้นไปถึงจะดี การผสมพันธุ์ของตะพาบน้ำ ขณะผสมพันธุ์ตัวผู้จะใช้ปากกัดที่ บริเวณต้นคอของตะพาบตัวเมียเพื่อจะให้ตัวซ้อนทับอยู่ด้านบน การผสมพันธุ์ส่วนใหญ่จะกระทำในน้ำ ขณะที่มีความเงียบไม่มีเสียงรบกวน การผสมพันธุ์ส่วนใหญ่มักจะเป็นเวลากลางคืน เมื่อตะพาบผสมพันธุ์กันแล้ว อีกประมาณ 16 – 18 ชั่วโมง ตะพาบตัวเมียจะเริ่มวางไข่ ระยะการวางไข่เป็นเวลาที่เงียบสนิทไม่มีเสียงรบกวน ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเวลาระหว่าง 20.00 – 05.00 น. หรือตั้งแต่ 2 ทุ่มจนถึง ตี 5 การวางไข่ของตะพาบน้ำตัวเมียจะขึ้นมาวางไข่บนบกเหนือน้ำเพียงเล็กน้อยหรือบริเวณขอบบ่อ ซึ่งเป็นดินทรายที่เตรียมไว้ให้ตัวเมียขึ้นมาวางไข่

การวางไข่

แม่ตะพาบน้ำจะเลือกที่วางไข่ที่เหมาะสม จากนั้นจะใช้เท้าคุ้ยดินให้เป็นหลุมมีความลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร แล้วหย่อนก้นลงไปไข่ เมื่อไข่เสร็จแล้วก็จะใช้เท้าเขี่ยกลบ แล้วใช้หน้าอกถูไปกับพื้น เพื่อกลบร่องรอยการวางไข่อัตราการปล่อย พ่อ-แม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ 1 ตัวต่อแม่พันธุ์ 7-10 ตัว การวางไข่ตะพาบจะไข่มากหรือไข่น้อยขึ้นอยู่กับอายุของตะพาบน้ำ ถ้าตะพาบอายุ 18 เดือน ให้ไข่ประมาณ 6-10 ฟอง ถ้าอายุมากขึ้น 2-3 ปี อาจจะไข่ได้ถึงครั้งละ 20-24 ฟอง ขึ้นอยู่กับอายุและความสมบูรณ์ของตะพาบน้ำ ในระยะเวลา 1 ปี ตะพาบสามารถวางไข่ได้ 3-5 ครั้ง ตะพาบจะเริ่มวางไข่ตั้งแต่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม เพราะช่วงฤดูหนาว ตะพาบจะหยุดวางไข่

หลังจากตะพาบน้ำวางไข่แล้วจะทิ้งระยะเวลาอีกประมาณ 25-30 วัน จึงจะมีการผสมพันธุ์และวางไข่ครั้งใหม่ ผู้เลี้ยงตะพาบน้ำจึงควรมีความรู้ในด้านนี้ เพื่อเตรียมการให้พ่อแม่พันธุ์มีความสมบูรณ์อย่างเต็มที่

การฟักไข่

ขั้นตอนการวางไข่ตะพาบน้ำ เริ่มต้นด้วยการนำไข่ตะพาบที่เก็บได้จากบริเวณที่วางไข่มาฝังในโรงเพาะฟัก ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับที่วางไข่ในสภาพที่เหมือน
ธรรมชาติมากที่สุด จะต้องขุดหลุมอีกประมาณ 5-6 เซนติเมตร วางไข่เรียงไว้ห่างกันเล็กน้อย การฝังไข่ให้ตื้นกว่าของจริงเล็กน้อยไข่ตะพาบจะฟักออกเป็นตัว ต้องอาศัยความชื้นเล็กน้อย จึงควรที่จะพ่นน้ำลงบนหลุมฟักไข่ตะพาบเล็กน้อย เพื่อให้เกิดความชื้น พ่นน้ำทุกวัน หรือ 2-3 วันต่อครั้ง บริเวณใกล้ที่ฟักไข่ควรมีภาชนะใส่น้ำตื้นไว้ติดกับหลุมฝังไข่ เมื่อลูกตะพาบฟักออกเป็นตัวจะคลานลงน้ำทันที ไข่ของตะพาบจะใช้เวลาฟักออกเป็นตัวประมาณ 50-60 วัน ตะพาบน้ำที่ออกใหม่ จะแหวกเปลือกไข่ที่แตกแล้วคุ้ยดินขึ้นมา แล้วคลานไปอยู่ในอ่างน้ำที่เตรียมไว้รุ่งเช้าจึงลำเลียงไปยังบ่ออนุบาล

การอนุบาล

เมื่อตะพาบน้ำออกเป็นตัวแล้วก็นำมาอนุบาลในบ่ออนุบาลอีกบ่อหนึ่งซึ่งมีขนาดกว้าง 1 เมตรยาว 1.5 เมตร ก่อนนำลูกตะพาบน้ำมาอนุบาลในบ่อ ต้องมีการเตรียมบ่อไว้ก่อน โดยนำดินร่วนใส่ลงไปประมาณ 2-3 นิ้ว เติมน้ำให้สูงขึ้นมาจากดิน 1 นิ้ว ในบ่ออนุบาลควรทำเนินไว้สำหรับให้อาหารแก่ลูกตะพาบด้วย เมื่อเตรียมบ่อเสร็จแล้วจึงนำลูกตะพาบลงมาในบ่ออนุบาลต่อไป ในช่วง 3 วันแรก ที่ออกจากไข่ยังไม่ต้องให้อาหารลูกตะพาบ ควรให้ในวันที่ 4 ตะพาบที่ใส่ลงในบ่ออนุบาลควรใส่ประมาณ 150 ตัว ตะพาบน้ำจะอยู่ในบ่ออนุบาลประมาณ 7-10 วัน

การเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน

แล้วจึงย้ายไปอยู่ในบ่ออนุบาลที่ 2 ต่อไปบ่ออนุบาลที่ 2 จะมีขนาดใหญ่กว่า คือ ให้มีความกว้างประมาณ 2 เมตร ความยาวประมาณ 5เมตร โดยแบ่งพื้นที่บ่อเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่อยู่อาศัยและบริเวณให้อาหารเช่นเดียวกัน โดยปล่อยลูกตะพาบในอัตราประมาณ 20-25 ตัว ต่อตารางเมตร บ่อนี้จะเลี้ยงตะพาบน้ำเป็นเวลาประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ขึ้นไป จึงจะนำออกจำหน่ายหรือนำลงเลี้ยงในบ่อขุนต่อไป

การเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน

การเลือกสถานที่เลี้ยงตะพาบน้ำ ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกสถานที่เลี้ยงตะพาบน้ำ มีดังนี้

  • ต้องเป็นน้ำจืดสามารถถ่ายเทน้ำได้สะดวก
  • บ่อเลี้ยงควรเป็นบ่อดินหรือมีโคลน
  • บ่อเลี้ยงตะพาบควรเป็นบริเวณที่มีความเงียบสงบ
  • ไม่ควรอยู่ใกล้กับโรงงานอุตสาหกรรมหรือแหล่งชุมชน
  • การคมนาคมสะดวกและใกล้แหล่งของตลาด
  • บ่อเลี้ยงตะพาบอยู่ใกล้บริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

บ่อเลี้ยงตะพาบน้ำ

บ่อเลี้ยงตะพาบน้ำแบ่งออกได้ 3 ลักษณะ คือ บ่อพ่อแม่พันธุ์ ,บ่อเลี้ยงตะพาบส่งตลาด,บ่ออนุบาล

บ่อพ่อแม่พันธุ์

ถ้าผู้เลี้ยงจะเลี้ยงตะพาบเพื่อจำหน่ายเป็นตะพาบเนื้อบ่อพ่อแม่พันธุ์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสร้าง แต่ถ้าจะเลี้ยงแบบต่อเนื่องหรือครบวงจรแล้ว บ่อพ่อแม่พันธุ์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่เราเพาะลูกตะพาบได้เอง จะเป็นการลดต้นทุนการผลิตได้อย่างแน่นอน บ่อเลี้ยงตะพาบจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่อยู่อาศัย ส่วนที่ให้อาหารและที่สำหรับวางไข่

การเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน

ตะพาบน้ำจะอาศัยอยู่ทุกบริเวณของพื้นที่ในบ่อเลี้ยง บ่อเลี้ยงควรมีผนังบ่อเป็นคอนกรีตให้สูงประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อป้องกันตะพาบหลบหนีและผนังคอนกรีตควรเทคอนกรีตลึกลงไปในดินอีกประมาณ 70 เซนติเมตร เพื่อป้องกันตะพาบขุดดินหนี ส่วนพื้นที่บ่อควรเป็นดินเหนียวขนาดของบ่อเลี้ยงตะพาบน้ำพ่อแม่พันธุ์ไม่มีการกำหนดพื้นที่ตายตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนพ่อแม่พันธุ์

ส่วนที่ให้อาหาร

ควรมีความสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งจะสร้างให้อยู่ภายในบริเวณที่อยู่อาศัยนั่นเอง เหตุที่จะต้องสร้างที่ให้อาหารโดยเฉพาะ ก็เพราะว่าตะพาบน้ำชอบอาศัยในบ่อที่มีความสะอาด น้ำไม่เน่าเสีย ถ้าให้อาหารภายในบ่อโดยตรง โดยที่ไม่มีบริเวณที่ให้อาหารจะทำให้เศษอาหารที่เหลือเน่าเสียและ ทำให้น้ำเสียเร็วขึ้น ทั้งยังทำให้ตะพาบเจริญเติบโตช้าไม่แข็งแรงอาจเกิดโรคได้

โรงเรือนเพาะฟักไข่ตะพาบน้ำ

อาจจะสร้างไว้ภายในบ่อพ่อแม่พันธุ์หรือแยกส่วนออกไปต่างหากก็ได้ บริเวณฟักไข่จะทำเป็นคอกคอนกรีตรูปสี่เหลี่ยมขนาด 2 x 4 เมตร มีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร อาจจะใช้อิฐบล็อกกั้นเป็นผนังบ่อก็ได้ โดยปรับพื้นบ่อให้เรียบ แล้วนำทรายน้ำจืดที่สะอาดใส่ลงไปให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อเตรียมไว้ฝังไข่

ภายในบ่อฟักไข่ใช้อ่างน้ำดินเผาขนาดปากกว้างประมาณ 12 นิ้ว หรือก่อเป็นอ่างปูนกว้างประมาณ15-20 นิ้ว ฝังไว้ให้เสมอกับพื้นทรายเป็นระยะ ๆ ใส่น้ำให้เต็ม เพื่อเตรียมไว้ให้ลูกตะพาบน้ำลงไปในอ่างหลังจากฟักออกจากไข่

โรงฟักไข่หรือคอกฟักไข่ จะต้องสร้างหลังคาคลุมไว้เพื่อป้องกันฝน ซึ่งจะทำให้ทรายมีความชื้นมากเกินความจำเป็น และควรกั้นผนังโดยรอบเพื่อป้องกันศัตรูที่จะมากินไข่ตะพาบน้ำได้ คอกฟักไข่ออกแบบได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่

บ่อเลี้ยงตะพาบน้ำส่งตลาด

บ่อขุนตะพาบน้ำมีไว้เพื่อเลี้ยงตะพาบที่คัดออกจากบ่ออนุบาล แล้วนำมาเลี้ยงจนถึงขนาดที่จะส่งขายได้ ซึ่งต้องใช้เวลาตั้งแต่ 8-12 เดือน ก็จะได้น้ำหนักตัวประมาณ 6 ขีด -1 กิโลกรัมได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ บ่อขุนตะพาบน้ำนั้นมีลักษณะการสร้างบ่อเป็นแบบเดียวกับพ่อแม่พันธุ์ แต่ความลึกอาจตื้นกว่าเล็กน้อย ส่วนเนินทรายสำหรับวางไข่ไม่มีความจำเป็น บ่อขุนตะพาบน้ำอาจมีหลังคาพรางแสง โดยใช้ตะข่ายสีดำทำเป็นหลังคาเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ

บ่อใช้เลี้ยงตะพาบมี 2 แบบ คือบ่อคอนกรีต และ บ่อดิน

บ่อคอนกรีต เหมาะสำหรับสร้างในพื้นที่ที่เป็นดอนหรือดินทรายซึ่งเก็บน้ำไม่อยู่โดยก่อสร้างบ่อคอนกรีตโบกปูนด้านล่างตลอด เพื่อกันน้ำไม่ให้รั่วซึมใส่ดินเหนียวตกแต่งให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุดแล้วใส่ผักตบชวาบางส่วน

บ่อดิน จะเป็นบ่อที่กว้าง มีความจำเป็นที่จะต้องก่ออิฐโบกปูนโดยรอบบ่อความสูงประมาณ 80เซนติเมตร-1 เมตร เพื่อป้องกันตะพาบหลบหนี ในบ่อควรสร้างเป็นร้านขนาดพื้นที่ 4 ตารางเมตรสามารถให้ตะพาบน้ำคลานขึ้นมาพักผ่อนได้เช่นกัน ในบ่อควรใส่ผักตบชวาเพื่อให้เป็นร่มเงา หรือที่สำหรับตะพาบน้ำหลบซ่อนได้

ตะพาบน้ำอายุได้ประมาณ 6 เดือน จะมีน้ำหนักประมาณ 2 ขีด ตะพาบน้ำอายุได้ประมาณ 7-16เดือน จะมีน้ำหนักประมาณ 3 ขีด-1 กิโลกรัม สำหรับผู้บริโภคหรือขนาดที่ตลาดต้องการ ตะพาบน้ำขนาดตั้งแต่ 4-7 ขีด ส่วนผู้ซื้อที่ต้องการซื้อไปเป็นพ่อแม่พันธุ์ควรมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 6 ขีดขึ้นไป

อาหารตะพาบน้ำ

ตามธรรมชาติตะพาบน้ำเป็นสัตว์ที่กินอาหารจำพวก ไส้เดือน สัตว์น้ำต่าง ๆ เช่น ปู ปลา กุ้ง หอยและยังกินของที่เน่าเปื่อย บางครั้งจะกินพวก
พืชน้ำ

สำหรับตะพาบน้ำในระยะอนุบาล ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ซึ่งมีขนาดเล็กอยู่ อาหารเป็นปลาเป็ดบดผสมกับอาหารหมู การให้อาหารตะพาบน้ำขนาดเล็กจะให้วันละ 2 มื้อ คือ ช่วงเช้า และช่วงเย็นการให้อาหารจะให้บริเวณขอบบ่อวางเรียงไว้โดยไม่ให้อาหารเปียกน้ำเป็นแนวยาวของที่ให้อาหาร เมื่อคนให้อาหารจากไปแล้วตะพาบน้ำจะคลานขึ้นไปกินเอง ตะพาบน้ำขนาดเล็กจะกินอาหารน้อยประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักตัวส่วนตะพาบน้ำในระยะที่ 3 จะให้อาหารเพียงมื้อเดียวในช่วงเย็นการให้

อาหารตะพาบน้ำส่วนใหญ่เป็นพวกปลาสดบดผสมกับปลายข้าวต้มหรือผัก ผลไม้ที่หาได้นำมาผสมกัน อาจให้อาหารเสริมเป็นพวกมะละกอสุกเพราะตะพาบน้ำชอบมาก วางไว้ให้ตะพาบกัดแทะเป็นอาหารเสริม โดยปกติตะพาบน้ำจะกินอาหารประมาณ 5-6 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักตัว

การเปลี่ยนถ่ายน้ำ ความสะอาดของบ่อเลี้ยงถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของการเลี้ยงตะพาบน้ำอย่างหนึ่งถ้าน้ำไม่สะอาด การเจริญเติบโตของตะพาบน้ำจะลดลง อาจทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ บ่อเลี้ยงตะพาบน้ำที่มีการถ่ายเทน้ำได้โดยสม่ำเสมอ ทำให้ตะพาบน้ำเติบโตเร็วและแข็งแรงตะพาบน้ำวัยอ่อนจนถึงอายุ 1-2 เดือน ให้ถ่ายน้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ตะพาบน้ำขนาดใหญ่ถ่ายน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

การเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน

แนวโน้มทางด้านการตลาด

การเลี้ยงตะพาบในปัจจุบันนี้ มีผู้เลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ก็สามารถเลี้ยงตะพาบกันได้เป็นอย่างดี แต่ผู้เลี้ยงยังขาดความรู้ทางด้านการตลาด จึงอยากให้ผู้เลี้ยงตะพาบที่มีอยู่รวมตัวกันตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงตะพาบขึ้นมา เพราะว่าจะช่วยให้ราคาของตะพาบน้ำมีราคาที่ผู้เลี้ยงสามารถเลี้ยงแล้วมีกำไรพออยู่รอด ทั้งนี้ สาเหตุอันเนื่องมาจากผู้เลี้ยงมีจำนวนมากพ่อค้าคนกลางย่อมกดราคาให้ต่ำลง ส่วนใหญ่ขณะนี้ตลาดของตะพาบน้ำตกอยู่ในมือของพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ที่ส่งออกเพียงกลุ่มเดียว สำหรับท่านที่สนใจจะเลี้ยงตะพาบน้ำก็ควรคิดให้รอบคอบ และหาตลาดรองรับเพื่อป้องกันภาวะการขาดทุน ถ้าผู้เลี้ยงรวมตัวกันได้และผู้ค้าตะพาบน้ำยอมลดส่วนแบ่งของกำไรลงบ้างเพื่อประโยชน์ของผู้เลี้ยง คิดว่าตลาดของตะพาบน้ำและการเลี้ยงตะพาบน้ำของประเทศไทยคงยืนยาวไปอีกนาน ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้นอีกด้วย


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ