สุขภาพและอาหาร » “หมกไก่ใส่หัวปลี” สูตรดั้งเดิม หอมอร่อย ดีต่อสุขภาพ

“หมกไก่ใส่หัวปลี” สูตรดั้งเดิม หอมอร่อย ดีต่อสุขภาพ

2 พฤศจิกายน 2021
20215   0

“หมกไก่ใส่หัวปลี” สูตรดั้งเดิม หอมอร่อย ดีต่อสุขภาพ ประโยชน์เพียบ

หมกไก่ใส่หัวปลี

หมกไก่ใส่หัวปลี”  เนื่องจากช่วงนี้ต้นกล้วยที่บ้านกำลังออกหัวปลีหลายต้น  ก็เลยนึกอยากจะทำเมนูอร่อยแบบบ้านๆ ซึ่งหมกหัวปลีนี่ล่ะน่าจะง่ายสุดแล้ว  หัวปลีกล้วยทุกชนิดสามารถนำมาทำหมกได้  แต่ที่อร่อยสุดคือหัวปลีของกล้วยตานี จะอร่อยกว่าหัวปลีชนิดอื่น สำหรับ “หัวปลี” สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่าง วันนี้นำมาทำ ห่อหมก ทางอีสานจะเรียกว่า “หมก” แต่จะไม่ใส่กะทิ เหมือนห่อหมกแถวภาคกลางค่ะ พร้อมแล้วเราไปดูส่วนผสมและวิธีทำ “หมกหัวปลีใส่ไก่” กันเลย




ส่วนผสมห่อหมกไก่ใส่หัวปลี

  1. หัวปลี 1 หัว
  2. เนื้อสันในไก่ + ตับไก่ 1 ถ้วย
  3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  4. หอมแดง ตะไคร้ พริกสด
  5. ใบแมงลัก
  6. ใบมะกรูด
  7. น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ข้าวเบือ 1 กำมือ (ข้าวสารเหนียวแช่น้ำ 2 ชม. แล้วนำมาโขลกไม่ต้องละเอียดมาก)
  9. ใบตอง ไม้กลัด

วิธีทำห่อหมกไก่ใส่หัวปลี

  1. หั่นหัวปลีเป็นชิ้นเล็ก แช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 10 นาที(เพื่อไม่ให้ดำ) แล้วล้างน้ำให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ
  2. โขลก ตะไคร้ พริก หอมแดง พอหยาบๆ
  3. โขลกข้าวเบือ (ข้าวสารเหนียวแช่น้ำ 2 ชม. แล้วนำมาโขลกไม่ต้องละเอียดมาก)
  4. ใส่ไข่ เนื้อไก่ ตับไก่ ข้าวเบือ น้ำปลาร้า ใบแมงลัก ใบมะกรูดฉีกและหัวปลี คนส่วนผสมให้เข้ากัน พักไว้ 20 นาที
  5. นำส่วนผสมห่อใส่ใบตอง แล้วนำไปนึ่งบนน้ำเดือด 20-25 นาที
  6. สุกแล้ว ยกลงเปิดใส่จานพร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ทานคู่กับข้าวเหนียว หรือข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยแท้แน่นอนจ้า

สำหรับปลีกล้วยมีสรรพคุณดังนี้ ช่วยบำรุงฟันให้แข็งแรง ช่วยบำรุงธาตุ, ช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในร่างกาย ,บำรุงเลือด เพิ่มความเปล่งปลั่ง ดูมีเลือดฝาด, ช่วยบำรุงน้ำนม สำหรับแม่ลูกอ่อน, ช่วยบำรุงผิวพรรณให้นวลเนียน ดูมีน้ำมีนวล, ช่วยบำรุงลำไส้ ช่วยแก้ปวดท้อง เป็นต้น

เมื่อรู้ว่ามีประโยชน์มากมายขนาดนี้ เพื่อนๆสมาชิกแฟนเพจ อย่าลืมเอาสูตร “หมกหัวปลีใส่ไก่” ไปทำทานกันบ่อยๆ  นอกจากอิ่มอร่อยแล้วยังช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย หรือถ้าใครสนใจนำสูตรไปทำห่อหมกขาย ก็ลงทุนน้อยกำไรดี น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ขอบคุณสำหรับการติดตาม ถ้าคิดว่ามีประโยชน์ โปรดส่งต่อเพื่อเป็นวิทยาทานด้วยครับ

ขอขอบคุณข้อมูลสูตรและภาพจาก.Supaporn Kumnodnae





บทความอื่นๆที่น่าสนใจ