บทความเกษตร/เทคโนโลยี » วิธีการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงง่ายโตไว

วิธีการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงง่ายโตไว

1 สิงหาคม 2019
65288   0

วิธีการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงง่ายโตไว

วิธีการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

วิธีการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์


สวัดดีครับ วันนี้จะมาพูดถึงการ วิธีการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงง่ายโตไว ไว้รับประทานในครอบครัว ซึ้งปลาดุกนั้นเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายและโตไวไม่กี่เดียวก็สามารถทานได้ สำหรับสถานที่ก็ใช้พื้นที่ไม่เยอะ และสามารถเคลื่อนย้ายท่อปูนซีเมนต์ได้ง่ายด้วย ซึ่งมีขั้นตอนการเลี้ยงดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมอุปกรณ์เลี้ยงปลาดุก

  1. ท่อปูนซีเมนต์ขนาด 100*50 เซนติเมตร
  2. ท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น และยาว 40 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น และ ข้องอพีวีซีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 อัน
  3. ตาข่าย
  4. น้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
  5. อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก
  6. พืชผักที่ปลากิน เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ฯลฯ
  7. ลูกปลาดุก 70-80 ตัว

ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมบ่อปูนซีเมนต์เลี้ยงปลาดุก

วิธีการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์
1.จะต้องทำการฆ่ากรดฆ่าด่างในบ่อปูน โดยให้นำหัวกล้วยหรือโคนกล้วยมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมูลวัวมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำใส่ไปในบ่อใส่น้ำให้เต็ม แล้วหมักไว้ 5 วัน จากนั้นให้เปิดน้ำทิ้งแล้วเอาโคนกล้วยออกทิ้งด้วย
2.นำน้ำสะอาดใส่ไปในบ่อแล้วแช่ทิ้งไว้ 1 วัน หลังจากนั้นก็ให้เปิดน้ำทิ้ง
วิธีการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์
3.นำผักบุ้งมาถูให้ทั่วบ่อ ทิ้งไว้ตากบ่อให้แห้ง

ขั้นตอนที่ 3 การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ 

1. นำท่อปูนที่มีรอยคราบผักบุ้ง หรือบ่อปูนที่ไม่มีกรดไม่มีด่าง ใส่น้ำให้มีความสูง 10 เซนติเมตร  แล้วเติมน้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะ
2. นำปลาดุกมาแช่น้ำในบ่อปูนทั้งถุง แล้วค่อยๆเปิดปากถุงให้ปลาว่ายออกมาเอง
3. วันแรกที่นำปลามาปล่อยไม่ต้องให้กินอาหาร
4. นำพืชผักที่ปลากิน เช่นผักบุ้ง ผักตบชวาและอื่นๆมาใส่ในบ่อ

เลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

ขั้นตอนที่ 5 การจำหน่าย

1. ก่อนจะมารับประทานหรือจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดีและน่ารับประทาน
2. ปลาดุก 3 เดือนครึ่ง จำนวน 70 ตัว จะมีน้ำหนัก 14-15 กิโลกรัม หรือประมาณ 4-5 ตัว/กิโลกรัม จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท ขึ้นอยู่กับราคาตลาด ณ. ช่วงนั้น
3. ต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ 19-20 บาท

อาหารปลาปลาดุกลดต้นทุน (สูตร 1)

ส่วนประกอบ

  • หอยเชอรี่บดแห้ง  2 กิโลกรัม
  • ข้าวเปลือกบด 9.5 ขีด
  • รำละเอียด 2 กิโลกรัม
  • กากถั่วเหลืองบดแห้ง 1 กิโลกรัม
  • ปลายข้าวเหนียวบดแห้ง 1 กิโลกรัม
  • เกลือป่น 1.2 ขีด
  • กล้วยน้ำว้า 1 กิโลกรัม
  • กะทิ 2 ลิตร 
  • น้ำร้อน 1- 2.5 ลิตร

วิธีทำ

  • ชั่งน้ำหนักวัตถุดิบแต่ละชนิดตามสูตรอาหารต่างๆแล้วบดให้ละเอียดโดยใช้เครื่องปั่นไฟฟ้า
  • ผสมวัตถุดิบต่างๆตามสูตรอาหารร่วมกันโดยผสมนาน 30 นาที โดยเติมน้ำอุ่นทีละน้อยและนวดจนกระทั่งส่วนผสมของวัตถุดิบทั้งหมดสามารถจับตัวเป็นก้อน
  • นำไปเข้าเครื่องอัดเม็ดแล้วพึ่งให้แห้ง

** ข้อแนะนำ : ในการให้อาหารแต่ละครั้งนั้นควรพึงระวังเรื่องการให้ในปริมาณที่มากเกินไปด้วยเพราะอาจจะทำให้น้ำในบ่อปลาดุกเน่าเสียและอาจเกิดปัญหาโรคตามมาได้

อาหารปลาปลาดุกลดต้นทุน สูตร 2

ส่วนประกอบ

  • ข้าวเหนียวนึ่ง 1 กิโลกรัม
  • รำอ่อน 2 ขีด
  • น้ำหมัก 2 ช้อนแกง

วิธีทำ

  • นำข้าวเหนียวมาโขลกให้เหนียวพอประมาณ 
  • เติมน้ำหมักลงไป 2 ช้อนแกง 
  • รำอ่อนที่เตรียมไว้นำมาคลุกกับข้าวเหนียวที่โขลกแล้ว
  • พอได้ที่แล้วนำมาปั้นขนาดเท่าลูกกลอน
  • นำไปตากแดดให้แห้ง
หมายเหตุ ก่อนให้อาหารต้องนำอาหารมาแช่น้ำก่อนเสมอประมาณ 10-15 นาที เหตุผลเพื่อ 
1. ปลาจะได้กินอาหารทุกตัว
2. ปลาตัวที่แข็งแรงจะทำให้ท้องไม่อืด
3. ปลาไม่ป่วย
4. การเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน
5. อาหารไม่เหลือในบ่อและน้ำก็ไม่เสีย
6. ถ่ายน้ำทุกๆ 7 วัน หรือ 10 วัน/ครั้ง ทุกครั้งที่ถ่ายน้ำจะต้องใส่น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะเสมอ

การทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา

  1. ถังพลาสติกที่มีฝาปิดจำนวน 1 ถัง
  2. น้ำตาลทรายแดง 3 กิโลกรัม
  3. ฟักทองแก่ 3 กิโลกรัม
  4. มะละกอสุก 3 กิโลกรัม
  5. กล้วยน้ำหว้าสุก 3 กิโลกรัม

วิธีทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา

หั่นมะละกอ, กล้วยน้ำหว้า, ฟักทองทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด ผสมน้ำตาลทรายแดง แล้วคนให้เข้ากันและปิดฝาให้แน่นหมักทิ้งไว้ 7 วัน แล้วเติมน้ำสะอาด 9 ลิตร ปิดฝาให้แน่นแล้วหมักต่ออีก 15 วัน

ประโยชน์

  • ปลาไม่เป็นโรค
  • ปลาไม่มีกลิ่นสาบ
  • ปลาไม่มีมันในท้อง
  • ปลาจะมีเนื้อหวานรสชาติอร่อย

ขอบคุณแหล่งที่มา : กองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน
: สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โทรศัพท์  :  0-2629-8972 Email : [email protected] :  www.opsmoac.go.th


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ