บทความเกษตร/เทคโนโลยี » พีทมอส วัสดุเพาะกล้า สำหรับมือใหม่

พีทมอส วัสดุเพาะกล้า สำหรับมือใหม่

25 กุมภาพันธ์ 2026
242   0

พีทมอส วัสดุเพาะกล้า สำหรับมือใหม่

พีทมอส

คุณอาจเคยเห็นวัสดุเส้นใยสีน้ำตาลเข้มที่เรียกว่า พีทมอส มีขายตามร้านขายอุปกรณ์เพาะปลูก หรือร้านขายต้นไม้ทั่วไป พีทมอสคือ วัสดุปลูกที่มีประโยชน์มาก และใช้กันอย่างแพร่หลายไม่ว่าจะนำมาเป็นส่วนผสมกับดินหรือวัสดุปลูกอื่น พีทมอสเป็นอินทรียวัตถุ แต่ก็ทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องสิ่งแวดล้อมมากมาย

ผู้ปลูกจำนวนมาก แม้แต่ผู้ที่ใช้บ่อยๆเป็นประจำ อาจไม่รู้ว่าพีทมอส คืออะไร มีที่มาอย่างไร หรือวิธีใช้วัสดุปลูกนี้อย่างเหมาะสมในการปลูก และเข้าใจว่าวัสดุปลูกนี้มีความหมายต่อโลกอย่างไร นั่นคือจุดประสงค์ของโพสต์นี้ที่จะอธิบายแชร์เรื่องราวที่มาที่ไป และใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าสูงสุดกับเงินในกระเป๋าที่ต้องจ่ายออกไป

พีทมอส คือสารอินทรีย์คุณภาพสูงที่เกิดจากการสลายตัวของพืชในพื้นที่ชุ่มน้ำหนาวเย็นตามธรรมชาติ เช่น พื้นที่พรุในแคนาดาและทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา พีทมอสไม่ใช่พืชชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เป็นวัสดุเส้นใยคุณภาพสูงที่สะสมจากพืชและมอส โดยเฉพาะ สแฟกนัมมอส (Sphagnum Moss) ซึ่งผ่านกระบวนการสะสมตัวนานนับพันปีจนกลายเป็นวัสดุที่มีลักษณะร่วนซุย น้ำหนักเบา และเก็บความชื้นได้ดีเยี่ยม

พีทมอส มักพบในบริเวณพื้นที่ๆมีน้ำท่วมขัง ซึ่งมักจะต้องขุดคูเพื่อระบายน้ำบริเวณชั้นผิวหน้าออกไปก่อน จากนั้นจึงขุดพีทมอสขึ้นมาใช้มางานโดยขูดส่วนที่แห้งบริเวณผิวหน้าออกมาก่อน สีของพีทมอสจะบอกได้ถึงอายุและคุณลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกได้เป็นสามกลุ่มดังต่อไปนี้

  • White Peat (สีน้ำตาลอ่อน) เป็นพีทที่มีอายุการทับถมน้อย มักพบชั้นบนของบ่อ ลักษณะเนื้อโดยธรรมชาติจะยังมีความหยาบ มักใช้เป็นส่วนประกอบหลักของการผลิตวัสดุปลูก
  • Brown Peat (สีน้ำตาล) เป็นพีทที่พบที่ความลึกบริเวณกลางบ่อขุด มีลักษณะทางกายภาพอยู่กึ่งกลางระหว่าง White Peat และ Black Peat โดยยังพอสังเกตุเห็นเส้นใยมอสในเนื้อวัสดุได้อยู่บ้าง
  • Black Peat (สีน้ำตาลเข้ม-ดำ) เป็นพีทที่พบในบริเวณส่วนที่ลึกลงไป มีสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ เนื้อมีความละเอียดสูง เมื่อเปียกน้ำจะเก็บความชื้นไว้ได้นาน แต่การระบายอากาศจะไม่ดีด้วยความหนาแน่นของตัววัสดุ

พีทมอส มีกี่แบบ ?

พีทมอสจะมีอยู่ 2 แบบ

(1.) ไวท์พีท (White peat) เป็นพีทมอสที่อยู่ชั้นบน ผ่านการย่อยสลายยังไม่นาน เนื้อหยาบเนื่องจากมีโครงสร้างเส้นใยอยู่บ้าง

(2.) แบล็คพีท (Black peat) เป็นพีทมอสที่อยู่ชั้นล่าง อุ้มน้ำดี เนื้อละเอียดมาก มีความโปร่งน้อยเนื่องจากผ่านการย่อยสลายมานาน

พีทมอสวิธีใช้

พีทมอสแบ่งแยกตามการใช้งานได้เป็น 2 แบบคือ

1. พีทมอสแบบเพาะ คุณลักษณะที่สำคัญของพีทมอสแบบเพาะก็คือมีความละเอียดสูง เหมาะกับการเพาะเมล็ด วิธีการใช้พีทมอสแบบเพาะมีด้วยกัน 4 วิธีดังต่อไปนี้คือ

  • นำพีทมอสแบบเพาะออกจากถุง จากนั้นนำพีทมอสแบบเพาะใส่ลงถาดเพาะ รดน้ำให้ชุ่ม ใช้ไม้เล็กๆเจาะรูเพื่อไว้ใส่เมล็ดพันธุ์ นำเมล็ดพันธุ์มาวางไว้ที่รูที่เจาะไว้ จากนั้นนำพีทมอสมาโรยกลบบางๆ รดน้ำให้ชุ่มอีกรอบนึง วิธีนี้ข้อดีคือสะดวกสบายง่ายไม่เลอะเปรอะเปื้อนมือ แต่ข้อเสียคือถ้ารดน้ำไม่ชุ่มพอ น้ำจะซึมเข้าพีทมอสเฉเพาะด้านบน ด้านล่างจะซึมลงไปไม่ทั่วถึง แนะนำว่าต้องรดน้ำให้ชุ่มหลายๆรอบเพื่อให้น้ำซึมเข้าพีทมอสทั่วทั้งหมด
  • นำพีทมอสแบบเพาะออกจากถุง ผสมน้ำในอัตราพีทมอส 2 ส่วน น้ำเปล่า 1 ส่วน คลุกเคล้าพีทมอสกับน้ำให้เข้ากัน ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นนำพีทมอสที่ผสมน้ำแล้วไปใส่ลงถาดเพาะ ใช้ไม้เล็กๆเจาะรูเพื่อไว้ใส่เมล็ดพันธุ์ นำเมล็ดพันธุ์มาวางไว้ที่รูที่เจาะไว้ จากนั้นนำพีทมอสมาโรยกลบบางๆ รดน้ำให้ชุ่ม ข้อดีคือ น้ำซึมเข้าพีทมอสทั่วถึง มีความชื้นสูง เมล็ดพันธุ์งอกเร็ว ข้อเสียคือเสียเวลารอให้น้ำกับพีทมอสเข้าเนื้อกันก่อนถึงจะนำมาเพาะได้และค่อนข้างเลอะเปรอะเปื้อนในระหว่างการเพาะ
  • พีทมอสแบบเพาะ สามารถใช้ปรับปรุงสภาพโครงสร้างของดินปลูกได้ หากผสมพีทมอสกับดินเหนียวจะช่วยลดดินแน่น ช่วยให้การระบายน้ำได้ดี เพื่มออกซิเจนในดิน หากผสมกับดินทราย จะช่วยเก็บกักความชื้นและช่วยเพิ่มธาตุอาหารให้กับรากพืช โดยอัตราใช้คือ ดิน 2 ส่วน ต่อพีทมอส 1 สวน่
  • ให้พีทมอสแบบเพาะ ปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน (Hydroponic Growing) โดยแนะนำให้ผสมเพอร์ไลท์ในอัตราส่วนคือพีทมอส 3 ส่วน เพอร์ไลท์ 1 ส่วน สามารถใช้ปลูกพืชได้ 100% โดยไม่ใช้ดิน

2. พีทมอสปลูก คุณลักษณะที่สำคัญของพีทมอสแบบปลูกก็คือมีเนื้อที่หยาบกว่าพีทมอสแบบเพาะ ทำให้มีช่องว่างในดินมาก ช่วยให้นำระบายได้ดี ออกซิเจนในดินมีปริมาณสูง โดยมี 4 วิธีในการใช้ ดังนี้

  • นำพีทมอสปลูก ผสมกับดินปลูก ช่วยปรับปรุงสภาพโครงสร้างดินปลูกได้ โดยใช้ผสมลักษณะเดียวกับพีทมอสเพาะ นั้นคือ อัตราดินปลูก 2 ส่วน ต่อพีทมอสปลูก 1 ส่วน
  • พีทมอสปลูกสูตรเติมปุ๋ยมาให้แล้ว สามารถใช้ในการเป็นวัสดุปลูกต้นไม้ได้เลย โดยกระถางที่แนะนำให้เริ่มเปลี่ยนจากพีทมอสแบบเพาะเป็นพีทมอสแบบปลูกคือกระถางไซส์ 6 นิ้วขึ้นไป
  • หากเป็นพีทมอสปลูกสูตรที่ยังไม่ได้เติมปุ๋ยมา แนะนำให้เติมปุ๋ยเข้าไปในพีทมอสปลูกด้วย โดยถ้าเป็นสายอินทรีย์ แนะนำให้ใช้ปุ๋ยมูลไก้อัดเม็ด ปุ๋ยอินทรีย์โครงการหลวง หรือปุ๋ยมูลไส้เดือน ในอัตราส่วน พีทมอสปลูก 2 ส่วน ต่อ ปุ๋ย 1 ส่วน
  • หากเป็นพีทมอสปลูกสูตรที่ยังไม่ได้เติมปุ๋ยมา และต้องการเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการปลูก แนะนำให้ใช้สูตรผสมปุ๋ยละลายช้า ออสโมโค้ท หรือ เทอร์โมโค้ท ควบคู่กับปุ๋ยมูลไก้อัดเม็ด ปุ๋ยอินทรีย์โครงการหลวง หรือปุ๋ยมูลไส้เดือน ในอัตราส่วนพีทมอส 2 ส่วน ปุ๋ยอินทรีย์ 1 ส่วน และ ปุ๋ยละลายช้า ครึ่ง ส่วน

ประโยชน์ของพีทมอส

  • เป็นวัสดุปลูกพืชที่สะอาด ปราศจาก แมลง เชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรีย
  • มีแร่ธาตุที่จำเป็นเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต (ในช่วงเพาะต้นกล้า)
  • มีความชื้นเพียงพอ และ ปลดปล่อยออกมาให้ต้นกล้าอย่างช้าๆ เมื่อต้นกล้าต้องการ
  • มีสภาพเป็นกลาง (มีค่า HP เป็นกลาง)
  • ลดปัญหาการสลายตัวของธาตุอาหาร เป็นตัวปลดปล่อยปุ๋ยอย่างช้า ๆ ทำให้ช่วยประหยัดปุ๋ย
  • ปกป้องดินจากการแน่นแข็งของดิน และช่วยเติมอินทรียวัตถุในเนื้อดิน
  • ใช้ในปริมาณน้อยในการเพาะต้นกล้าดอกไม้ และต้นกล้าพืชผัก
  • การทำปุ๋ยหมักได้ผลดียิ่งขึ้น พีทมอสช่วยเร่งการทำปุ๋ยหมัก ลดการเกิดกลิ่นเหม็นและช่วยควบคุมการถ่ายเทอากาศและน้ำในกองปุ๋ยหมัก
  • ใช้กับดินเหนียว จะช่วยเพิ่มอากาศในดิน ปรับให้ดินร่วนซุย ปรับช่วยในการถ่ายเทน้ำ และ อากาศได้สะดอก
  • ใช้กับดินทราย จะช่วยเพิ่มเนื้อดิน ปรับให้ดินเก็บรักษาความชื้น ธาตุอาหารในดิน ลดการชะล้างธาตุอาหารของน้ำ

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ