วีดีโอ » ปลูกเมล่อนไฮโดรโปนิกส์ ไม่ใช้ดินรสชาติหวานปลูกขายได้ทั้งปี

ปลูกเมล่อนไฮโดรโปนิกส์ ไม่ใช้ดินรสชาติหวานปลูกขายได้ทั้งปี

11 กรกฎาคม 2025
1151   0

ปลูกเมล่อนไฮโดรโปนิกส์ ไม่ใช้ดินรสชาติหวานปลูกขายได้ทั้งปี

การปลูกเมล่อนในระบบดั้งเดิมอาจต้องพึ่งพาดินที่มีคุณภาพ น้ำฝนตามฤดูกาล และใช้ระยะเวลานานกว่าจะเก็บเกี่ยวได้ แต่ในยุคที่เทคโนโลยีการเกษตรก้าวหน้าไปมาก การ ปลูกเมล่อนไฮโดรโปนิกส์ กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ และผู้ที่อยากเริ่มต้นทำเกษตรเชิงธุรกิจแบบมีรายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ปลูกเมล่อนไฮโดรโปนิกส์ เป็นการเพาะปลูกโดยไม่ใช้ดิน แต่ใช้ระบบรางน้ำหล่อเลี้ยงรากพืชด้วยสารละลายธาตุอาหารที่ควบคุมได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้เมล่อนที่ได้มีคุณภาพสูง รสชาติหวาน กรอบ เนื้อแน่น สม่ำเสมอทุกลูก นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงจากโรคในดิน ลดการใช้สารเคมี และควบคุมการผลิตได้อย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถปลูกเมล่อนได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอฤดูกาลเหมือนการปลูกแบบเดิม

จุดเด่นอีกอย่างของเมล่อนไฮโดรโปนิกส์คือความสะอาด ปลอดภัย และเป็นที่ต้องการของตลาดระดับพรีเมียม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ราคาขายต่อลูกสามารถทำกำไรได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำเกษตรเชิงพาณิชย์แบบจริงจัง หรือแม้แต่เริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ ก็สามารถบริหารจัดการให้เกิดรายได้ที่มั่นคงได้เช่นกัน

การเพาะเมล็ด

  • แช่เมล็ด โดยการนำเมล็ดแชในน้ำอุ่นอุณหภูมิ 45-50 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 45 นาที ถึง 1ชั่วโมงจากนั้นนำวางลงในผ้าหรือกระดาษทิชชูใส่ในกล่องพลาสติก พรมน้ำให้มีความชื้น เพื่อรักษาความชื้นปิดฝากล่อง บ่มต่อไปอีก 1 คืน
  • นำเมล็ดที่รากงอก มาใส่ในฟองน้ำ โดยเอาส่วนปลายรากไว้ด้านลง

*** ข้อควระวัง ถ้าลึกเกินไปอาจทำให้เมล็ดพืชเน่า เนื่องจากความชื้นมากเกินไปอากาศไม่พอ ถ้าตื้นเกินไปก็จะขาดความชื้นต้องใส่ให้เหมาะสม เมื่อบรรจุเมล็ดพันธุ์ลงบนฟองน้ำแล้วให้เก็บไว้ในที่มืด แสงสว่างไม่มากนัก ประมาณ 2-3 วัน

ปลูกเมล่อนไฮโดรโปนิกส์

การทำโรงเรือน

สำหรับการสร้างโรงเรือนนั้นถือเป็นจุดแรกของการปลูกเมล่อนไฮโดรโปนิกส์ โดยลักษณะหลังคาโรงเรือนเป็นแบบหน้าจั่ว สามารถป้องกันความร้อนได้ ขนาดโรงเรือน 6×24 เมตร ปลูกเมล่อน 5 แถว แถวละ 90 ต้น รวมแล้ว 1 โรงเรือน จะมีต้นเมล่อนทั้งหมด 450 ต้น ราคาโรงเรือนตารางเมตรละ 700-1,000 บาท โรงเรือนหนึ่งใช้ต้นทุนในการสร้างประมาณ 170,000-200,000 บาท รวมวัสดุปลูก

ปลูกเมล่อนไฮโดรโปนิกส์

กรณีการเตรียมโรงเรือน พีวีซี

  • ติดตั้งท่อหลักหรือท่อกลางขนาล 1 นิ้ว เข้าหัวหรือกลางโรงเรือนต่อท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ที่หัวรางปลูกควบคุมเวลา ปริมาณน้ำและปุ๋ยด้วยเครื่องควบคุมการจ่ายน้ำ ก่อนเริมทำการปลูกควรทดลองระบบน้ำก่อน
  • ระยะปลูกเมล่อน การวางระยะปลูก วางแบบแถวเดี่ยวจะวางตามยาวได้ 4 แถว ระยะห่างระหว่างต้น 30 เซนติเมตร ถ้วยปลูกขนาด 1 นิ้ว 1 รางวางได้ 29 ต้น

การย้ายกล้าเมล่อนไฮโดรโปนิกส์

หลังจากเมล็ดเมล่อนผ่านกระบวนการเพาะงอกแล้ว ขั้นตอนถัดไปที่สำคัญคือการ “ย้ายกล้า” ซึ่งเป็นการเตรียมต้นกล้าเข้าสู่ระบบปลูกจริง โดยต้องให้ความใส่ใจในเรื่องอายุของกล้า ความสมบูรณ์ของราก และความแข็งแรงของลำต้น เพื่อให้เมล่อนเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพในระบบไฮโดรโปนิกส์

1. การย้ายกล้าลงถ้วยปลูก

  • เมื่อกล้ามี ใบเลี้ยง 2 ใบ และเริ่มมี รากขาวแข็งแรงแทงออกจากวัสดุเพาะ แสดงว่าต้นกล้ากำลังอยู่ในช่วงที่พร้อมจะย้ายลงในถ้วยปลูก
  • ใช้ถ้วยปลูกที่ใส่วัสดุปลูก เช่น ฟองน้ำ Rockwool หรือ Cocopeat รองรับต้นกล้าไว้
  • การย้ายควรทำอย่างเบามือ ระวังอย่าให้รากฉีกขาดหรือช้ำ เพราะอาจทำให้ต้นกล้าชะงักการเติบโตได้
  • หลังย้ายลงถ้วย ควรดูแลให้อยู่ในที่มีแสงแดดอ่อนๆ หรือแสงไฟสำหรับพืช (LED Grow Light) อย่างน้อย 12-14 ชั่วโมงต่อวัน

2. การย้ายกล้าลงรางปลูก

  • เมื่อกล้ามีอายุประมาณ 10-14 วัน หรือเมื่อสังเกตเห็นว่าต้นกล้ามีใบจริง 1-2 คู่ และรากเริ่มแทงทะลุถ้วยปลูก แสดงว่าเหมาะสมสำหรับการย้ายลงรางปลูก
  • การย้ายกล้าควรทำในช่วงเช้าหรือเย็น เพื่อลดความเครียดของต้นกล้า
  • ตรวจสอบระดับน้ำและปุ๋ยในรางปลูกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้รากได้รับสารอาหารเพียงพอ

ช่วงผสมเกสร

  • หลังย้ายปลูก 25-30 วัน ดอกในข้อ 9-12 เริ่มบานให้ทำการผสมเกสร

การคัดลูก

  • หลังผสมลูกติด มีขนาดเท่าไข่ไก่ ให้คัดลูกที่ดีที่สุดไว้ 1 ลูก/ต้น เพื่อให้ได้ผลที่สมบรณ์ ขนาดใหญ่ และตรงตาสาสายพันธุ์ที่สุด

แขวนลูก

  • หลังการคัดเลือกลูกแล้ว ใช้เชือกคล้องที่ขั้วผลแล้วแขวนเชือกให้แขนงขนานกับพื้น เพื่อให้ผลและก้านผลเป็นทรงสวยงาม

ระยะการเจริญเติบโต-การให้ปุ๋ย

  • คอยเด็ดแขนง ในข้อ ที่ 1-8 เพื่อให้ยอดเจริญเติบโต และไว้แขนงข้อ 9-12 เพื่อไว้ลูก
  • การให้ปุ๋ย AG ผ่านระบบรางน้ำใช้กับการปลูกเมล่อนในระบบโรงเรือน เนื่องจากมีความสะดวกในการปฏิบัติงาน เพราะสามารถให้ปุ๋ยและน้ำไปพร้อม ๆกันได้เลยไม่ต้องเสียเวลาในการให้ปุ๋ยก่อนแล้ว จึงให้น้ำตามไปเพื่อให้รากพืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้

ตารางการให้ปุ๋ย

  • จำนวนวันหลังการย้ายปลูก   1-13 วัน       ค่า EC   0.5-0.8 mS(500-800us/cm)        ค่า PH ปุ๋ยสูตร    5.8-6.5 1
  • จำนวนวันหลังการย้ายปลูก   14-25 วัน     ค่า EC   1.0-1.3 mS(1000-1300us/cm)   ค่า PH ปุ๋ยสูตร    5.8-6.5 1
  • จำนวนวันหลังการย้ายปลูก   26-35 วัน     ค่า EC    5-1.8 mS(1500-1800us/cm)      ค่าPH ปุ๋ยสูตร    5.8-6.5 1
  • จำนวนวันหลังการย้ายปลูก   36-50 วัน     ค่า EC   1.8-2.0 mS(1800-2000us/cm)    ค่า PH ปุ๋ยสูตร   5.8-6.5 2
  • จำนวนวันหลังการย้ายปลูก   51-80 วัน     ค่า EC   2.0-2.3 ms(2000-2300us/cm)     ค่า PH ปุ๋ยสูตร   5.8-6.5 2
  • จำนวนวันหลังการย้ายปลูก   81-90 วัน     ค่า EC    2.0-2.3 ms(2000-2300us/cm)    ค่า PH ปุ๋ยสูตร   5.8-6.5 3

ช่วงที่ 1 ระยะตันกล้า (หลังย้ายใส่ถ้วยปลูก) (ใช้ปุ๋ยสูตร 1) ในระยะนี้จะเน้นในเรื่องของการเจริญเติบโตทางสำลัน ราก ใบ เพื่อเสริมการเจริญเติบโต สร้างและสะสมสารอาหาร เพื่อให้ต้นเมล่อนพร้อมสำหรับช่วงต่อไป เมื่อสิ้นมีอายุ 10 วัน หลังย้ายปลูก จะเสริมด้วยสารละลายแคลเชียม-โบรอน อัตรา 5-10 ml. ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยการฉีลพ่นทางใบ ในช่วงนี้จะมีระยะเวลาตั้งแต่ 1-35 วันหลังย้ายปลูก

ช่วงที่ 2 ระยะติดผล บำรุงผล (ใช้ปุ๋ยสูตร 2) ในระยะนี้ฉันเมล่อนหลังได้รับการผสมเกศรจะเริ่มติดผลและเริ่มปรับสารละตายธาตุอาหารไปเป็น AB สูตร 2 ซึ่งช่วงนี้จะเบ็นไปที่การบำรุงผล ขยายขนาลผลคุณภาพของเนื้อผล

ช่วงที่ 3 ระยะทำหวาน (ใช้ปุ๋ยสูตร 3) การทำหวาบให้ผลเมล่อนจะเริ่มในช่วงที่ผลเมล่อนมีอายุ 30-35 วันหลังผสมเกสร หรือ 10-15 วันก่อนการเก็บ และเมื่อเข้าสู่ 5 วันสุดท้ายก่อนเก็บเกี่ยวจะค่อยๆ ลดปริมาณน้ำลง และค่อยๆ คดลงเรื่อย ๆ จนถึง 1-2 วันสุดท้าย จะงดการให้น้ำและธาตุอาหาร

การเก็บเกี่ยว

        เก็บเกี่ยวผลเมล่อนที่ 45-60 วันหลังผสมเกสร อายุเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ โดยสามารถสังเกตการสุกแก่ของผลเมล่อนได้จากใบที่ใกล้ผลมากที่สุด (ใบที่ติดขั้วผล] จะมีลักษณะซีด เหลือง เริ่มแห้งเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาล หรือสังเกตจากก้นผลจะมีรอยแตกลายที่ชัดเจน

 

ที่มาคลิป : ฉลามทองเนตร Channel


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ