บทความเกษตร/เทคโนโลยี » วิธีปลูกเมลอนในกระถาง เริ่มเพาะต้นกล้า จนผลสุกพร้อมกิน

วิธีปลูกเมลอนในกระถาง เริ่มเพาะต้นกล้า จนผลสุกพร้อมกิน

11 กุมภาพันธ์ 2022
4662   0

วิธีปลูกเมลอนในกระถาง เริ่มเพาะต้นกล้า จนผลสุกพร้อมกิน

วิธีปลูกเมลอนในกระถาง

วิธีปลูกเมลอนในกระถาง


เมล่อน เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบร้อนของทวีปแอฟริกา จึงไม่ชอบอากาศหนาวเย็นจัด แต่ชอบอากาศอบอุ่น แต่ไม่ร้อนจัด อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับการปลูกแตงอยู่ที่ 25- 35 องศา แต่ไม่เกิน 43 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน และ 18-20 องศาเซลเซียส ในเวลากลางคืน ดังนั้นฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปลูกเมล่อนในประเทศไทยจึงเป็นปลายฤดูฝนหรือฤดูฝนหนาว สำหรับฤดูการอื่นๆ นั้นเราก็สามารถปลูกเมล่อนญี่ปุ่นได้เช่นกัน แต่จะต้องดูแลมากกว่าปกติซักเล็กน้อย




หากเมล่อนเจอกับอากาศหนาวเย็นจะทำให้ชะงักการเจริญเติบโตได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้า การออกดอกติดผลจะล่าช้า และถ้าอากาศยิ่งหนาวจัด ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ต้นเมล่อนอาจจะหยุดการเจริญเติบโตได้ ในทางกลับกันต้นเมล่อนก็ไม่ชอบอากาศที่ร้อนจัดจนเกินไป ถ้าอุณหภูมิเกินกว่า 40-43 องศาเซลเซียส เมล่อนมักจะสร้างแต่ดอกตัวผู้ ไม่มีดอกตัวเมีย หรือถ้ามีดอกตัวเมียก็จะร่วงง่ายไม่ติดผล ปัญหาจากสภาพแวดล้อมของอากาศที่สำคัญสำหรับการปลูกเมล่อนอีกประการหนึ่งคือฝน

ถ้าต้นเมล่อนถูกน้ำฝนบ่อย หรือสภาพในโรงเรือนมีความชื้นสูง อาจทำให้เกิดโรคราน้ำค้างได้ เนื่องจากเมล่อนเป็นพืชที่มีใบกว้าง ใหญ่และมีขน เมื่อสัมผัสกับน้ำฝนจะเกิดหยดน้ำค้างบนใบอยู่เสมอ แห้งยาก จึงเป็นสภาพที่อำนวยให้เกิดการเข้าทำลายของเชื้อราน้ำค้างบนใบได้ร่วมกับสภาพอากาศที่เย็นและชื้นหลังฝนตก โรคนี้จึงระบาดมากในฤดูฝน เป็นโรคสำคัญที่ทำความเสียหายมากสำหรับพืชในวงศ์แตง จึงต้องดูแลควบคลุมมิให้เกิดการระบาดตั้งแต่เนิ่นๆ และหากสามารถควบคุมได้ ทั้งโรคจากเชื้อรา และจากแมลงต่างๆ โดยการวางแผนการปลูก (เว้นระยะห่างให้มากกว่าฤดูอื่นๆ) และการมีวินัยในการป้องกันที่ดีแล้วก็จะสามารถสร้างผลผลิตได้ไม่ต่างจากฤดูกาลอื่นๆ

วิธีปลูกเมลอนในกระถาง เริ่มเพาะต้นกล้า จนผลสุกพร้อมกิน

1. การเพาะเมล็ด

  • ปูทิชชู่ในถาดสักสองสามชั้น
  • เรียงเมล็ดให้เป็นแถวสวยงามโดยหันด้านแหลมของเมล็ดไปทางเดียวกันซึ่งด้านนี้แหละเอมบริโอหรือรากของน้องเมลล์มันจะงอกออกมา
  • ใส่น้ำบนถาดพอทิชชู่เปียก
  • นำทิชชู่มาปิดทับและราดน้ำให้เปียก
  • เก็บถาดไว้ในที่มืดหนึ่งคืน
2. นำทิชชู่มาปิดทับและราดน้ำให้เปียก
3.เตรียมอุปกรณ์
  • ถาดเพาะขนาด 50 หลุม
  • ปากกาเอาไว้จิ้มทำหลุม
  • แหนบเอาไว้คีบเมล็ด
  • เมล็ดที่แช่ไว้หนึ่งคืนจนรากงอก
  • ดินหรือพิชมอส

–  เอาปากกาจิ้มทำหลุมลึกสัก 3 เซนติเมตรโดยประมาณ
–  นำแหนบคีบเมล็ดวางทำมุม 45 องศากับแนวดิ่งโดยให้หันทางรากลงล่างหลุมนะจ๊ะ
–  กลบหลุมระวังอย่าให้แน่นมากเดี๋ยวรากหัก
–  ใช้หัวฉีดแบบละอองพรมน้ำพอเปียก
–  วางถาดเพาะในที่ปลอดภัยปราศจากมดและแมลงแสงแดดส่องถึง




4. ยกถาดเพาะมารับแสงให้มากที่สุด
5. ต้องยกไปรับแสงแดดให้ได้มากที่สุดเพื่อต้นกล้าจะได้สังเคราะห์แสงปรุงอาหารได้ดี
6. ใบจริงใบแรกงอกแล้ว
  • ถ้างอกมาสามใบจะกลายเป็น”ใบตอง”
  • ยกออกมารับแดดทุกวันเพื่อความแข็งแรงของต้นกล้า
  • ระวังอย่าให้ดินแห้งไปหรือแฉะไป

7. ใบจริงใบแรกใหญ่ขึ้นในขณะที่ใบที่สองเริ่มงอกมาบ่งบอกเราว่าเตรียมผสมดินตากรอได้แล้ว
8. ใบจริงได้สองใบย้ายลงกระถางได้
  • รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยและ
  • ผสมดินกับมะพร้าวสับและขุยมะพร้าวอัตราส่วน 1:1:1
  • ตอนย้ายจากถาดเพาะไประวังรากขาด
  • ย้ายกล้าตอนเย็นจะดีแต่จำเหตุผลไม่ได้
  • ย้ายเสร็จรดน้ำพอเปียก
  • เรียงกระถางให้เรียบร้อย
  • เตรียมวางระบบน้ำหยดกันต่อไป
9. เดินสายให้น้ำ หากงบน้ำก็ทำน้ำหยด
10. ได้เวลาเด็ดใบ




  • ตัดใบที่1-7ออกโดยประมาณเพื่อไม่ให้ใบปิดดินแสงจะได้ส่องถึงดินกันเชื้อราที่อาจเกิด
  • เด็ดแขนงออกด้วยและเก็บเเขนงที่8-12เอาไว้ออกลูก
11. เมื่อเมล่อนติดดอกให้ผสมเกสร สังเกตุเกสรดอกตัวเมียจะมีลูกเล็กๆหรือรังไข่อยู่ใต้ดอก
ดอกตัวผู้จะไม่มีรังไข่
วิธีผสมเกสร ให้เด็ดดอกตัวผู้ เด็ดกลีบดอกออกให้หมด เหลือเกสรตรง นำไปเขี่ยกับดอกเกสรดอกตัวเมีย 4-5 ครั้ง
12. เด็ดใบทิ้ง
13. ลูกไหนไม่สมบูรณ์ให้เด็ดทิ้ง
  • เก็บไว้แต่ลูกโตๆ

  • เก็บไว้ต้นละลูกสองลูกตามความเหมาะสม

  • ลูกโตพร้อมจำหน่าย



บทความอื่นๆที่น่าสนใจ