บทความเกษตร/เทคโนโลยี » การปลูกน้อยหน่า สายพันธุ์เพชรปากช่อง

การปลูกน้อยหน่า สายพันธุ์เพชรปากช่อง

3 พฤษภาคม 2021
1205   0

การปลูกน้อยหน่า สายพันธุ์เพชรปากช่อง

การปลูกน้อยหน่า สายพันธุ์เพชรปากช่อง

ที่มารูปภาพประกอบเคดิต: www.technologychaoban.com

การปลูกน้อยหน่า สายพันธุ์เพชรปากช่อง


ประวัติพันธุ์:  น้อยหน่าลูกผสม (Annona atemoya Hort.) เป็นลูกผสมระหว่าง “เซริมัวย่ากับสวีทชอพ” ผลมีลักษณะคล้ายเซริมัวย่า สามารถปลูกได้ดีในบริเวณที่ปลูกน้อยหน่าพื้นเมือง แต่บางพันธุ์ ต้องปลูกในบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็นกว่า และสูงจากระดับน้ำทะเลมากๆ จึงจะออกดอกติดผล เนื่องจากเป็นลูกผสมการขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ดจึงมีโอกาสกลายพันธุ์เป็นอย่างมาก การรักษาพันธุ์สามารถทำได้โดยการติดตาหรือต่อกิ่ง โดยใช้น้อยหน่าหรือสวีทซอฟ เป็นต้นตอ นิยมปลูกกันแพร่หลายในอเมริกา อิสราเอล และออสเตรเลีย ในประเทศไทยนำเข้ามาปลูกที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เรียกกันติดปากว่า “น้อยหน่าออสเตรเลีย”

ตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา สถานีวิจัยปากช่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เริ่มโครงการวิจัยเรื่อง การปรับปรุงพันธุ์ไม้ผลสกุล น้อยหน่า (Annona breeding) เพื่อที่จะสร้างสายพันธุ์น้อยหน่าลูกผสม “อะติมัวย่า” ขึ้นมาใหม่ ให้มีคุณภาพผลดีกว่าพันธุ์เดิม ให้ได้ผลขนาด 250-400 กรัม มีเนื้อมากเมล็ดน้อย ผลไม่แตก ความหวานไม่น้อยกว่า 15 บริกซ์ และมีอายุหลังการเก็บเกี่ยวยาวนาน ปัจจุบันสามารถคัดเลือกพันธุ์ใหม่ ที่มีลักษณะดีเด่นกว่าพันธุ์พ่อและพันธุ์แม่ ตรงตามวัตถุประสงค์ จำนวน 15 สายพันธุ์ และพันธุ์ที่มีลักษณะเด่น พร้อมแนะนำให้เกษตรกรปลูกเป็นการค้าต่อไป ให้ชื่อว่า “พันธุ์เพชรปากช่อง”

จุดเด่น:  ผลขนาดใหญ่ เนื้อมาก เมล็ดน้อย ให้ผลผลิตเร็ว และติดผลดกกระจายทั่วต้น
จุดด้อย: มีเมล็ดน้อยจึงมักผลบิดเบี้ยว แต่ติดผลดกสามารถเลือกไว้ผลที่สมบูรณ์ได้อย่างเพียงพอ

วิธีการปลูกน้อยหน่า

การปลูกน้อยหน่า สายพันธุ์เพชรปากช่อง

ที่มารูปภาพประกอบเคดิต: www.technologychaoban.com

  1. ควรปลูกในช่วงฤดูฝน  ขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้าง ยาวและลึกประมาณ 50 เซนติเมตร
  2. ผสมดิน ปุ๋ยอินทรีย์ ตรายักษ์เขียว สูตร 2 (แถบเขียว) จำนวน 1 กิโลกรัม และปุ๋ยร็อคฟอสเฟต ประมาณ 500 กรัม เข้าด้วยกันในหลุมสูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม
  3. ยกถุงกล้าต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงกว่าระดับดินปากหลุมเล็กน้อย
  4. ใช้มีดที่คมกรีดถุงจากก้นถุงขึ้นมาถึงปากถุงทั้ง 2 ด้าน (ซ้ายและขวา)
  5. ดึงถุงพลาสติกออก โดยระวังอย่าให้ดินแตก
  6. กลบดินที่เหลือลงในหลุม
  7. กดดินบริเวณโดนต้นให้แน่น
  8. ปักไม้หลักและผูกเชือกยึด เพื่อป้องกันลดพัดโยก
  9. หาวัสดุคลุดดินบริเวณโคนต้น เช่น ฟางข้าว หญ้าแห้ง
  10. รดน้ำให้ชุ่ม และทำร่มเงา เพื่อช่วยพรางแสงแดด ระยะปลูก   3 x 3 เมตร จำนวนต้นต่อไร่    จำนวนต้นเฉลี่ย 150 ต้น/ไร่

การดูแลรักษา

          เมื่อปลูกได้ประมาณ 2 เดือน ให้ตัดแต่งกิ่งที่มีขนาดเล็กและกิ่งกระโดงออกให้หมด รวมทั้งตัดยอดด้วย ตัดแต่งต้นให้เป็นทรงพุ่ม ระยะการใส่ปุ๋ยเป็น 3 ช่วง ทุกๆ 2-3 เดือน ระยะแรกให้เติมปุ๋ยสูตร 15-15-15 ก่อน ระยะที่ 2 ควรเติมปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 พอถึงระยะที่ 3 ก็ให้เติมปุ๋ยสูตร 8-24-24 และเพื่อความสมบูรณ์ของต้นน้อยหน่า ควรเติมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยขี้ไก่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
          และเพื่อให้มีผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ ควรเริ่มดูแลตัดแต่งสวนเมื่อต้นน้อยหน่ามีอายุ 18-24 เดือน โดยเลือกกิ่งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 0.5-1 ซม. เอาไว้ และควรคัดเลือกน้อยหน่าผลงามๆ ไว้สัก 30 ลูกต่อต้น จากนั้นให้ตัดแต่งกิ่งจากกิ่งง่ามออกประมาณ 20 ซม. ส่วนกิ่งฝอยและกิ่งกระโดงตัดออกให้หมดรวมทั้งใบด้วย ให้เหลือแต่ต้นตอ อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องจะแตกใบพร้อมดอกในช่วง 30 วัน หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 เดือนก็จะเริ่มติดลูก ช่วงนี้แนะนำให้ฉีดปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยเกล็ดก็ได้ เพื่อบำรุงดอกและผล หากตรวจสอบต้นน้อยหน่าว่ามีปัญหาโรคหรือแมลงก็ให้รีบฉีดยาป้องกันโรคเชื้อราไปพร้อมกัน
          การห่อผล ห่อผลในระยะที่ต้นน้อยหน่าเริ่มติดผลแล้ว 3 เดือน ซึ่งมีผลขนาดเท่ากำปั้น เพื่อป้องกันการเจาะของหนอนและแมลงวันทอง นอกจากนี้ ผลดีของการห่อผลก็คือ จะช่วยทำให้ผลของน้อยหน่ามีขนาดใหญ่ขึ้น 20-30% และทำให้ผลน้อยหน่ามีสีสวย ซึ่งจะเป็นสีออกเหลืองอมชมพู หลังจากนั้นเมื่อผลน้อยหน่ามีอายุ 150 วัน ก็ถือว่าผลแก่พอที่จะเก็บเกี่ยวได้เลย

“การปลูกน้อยหน่า สายพันธุ์เพชรปากช่อง”

การเก็บเกี่ยวผลผลิตน้อยหน่า

        จะเริ่มเก็บตั้งแต่เวลา 07.00-11.00 น. เก็บผลน้อยหน่าที่ห่อผลทั้งถุง เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดกับผลน้อยหน่าให้น้อยที่สุด เก็บผลน้อยหน่าตามคำสั่งซื้อของแม่ค้าเท่านั้น เนื่องจากน้อยหน่าผลแก่ เมื่อตัดจากต้นแล้วจะสามารถเก็บเพื่อรอขายได้นานนับ 10 วัน น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องจะขายได้ราคาดี อยู่ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่มีไม้ผลคู่แข่งออกสู่ตลาดค่อนข้างน้อย ทำให้แม่ค้าสามารถตั้งราคาขายน้อยหน่าได้สูงกว่าช่วงอื่นๆ ของปี

ปลูกน้อยหน่า สายพันธุ์เพชรปากช่อง

ที่มารูปภาพประกอบเคดิต: www.technologychaoban.com

        น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องมีจุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อปลูกไปนานปีก็จะยิ่งให้ผลผลิตที่เพิ่มพูนมากขึ้น การปลูกน้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องในปีแรกจะให้ผลผลิตไม่เกิน 3 ลูกต่อต้น ปีที่ 2 ก็จะให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 10-15 ลูกต่อต้น ปีที่ 3 ก็ยิ่งจะให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 20-30 ลูกต่อต้น จุดเด่นของน้อยหน่าพันธุ์นี้จะมีปริมาณน้ำหนักต่อผลสูงถึง 1-2 กก. ทีเดียว เรียกว่าปลูกครั้งเดียวสามารถที่จะเก็บผลผลิตได้นานนับ 10 ปี หากรู้จักที่จะดูแลให้ดีๆ ผลผลิตก็ย่อมออกมาดีนั่นเอง

การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว

  1. ดัชนีการเก็บเกี่ยว ผลน้อยหน่าจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 110 – 120 วัน จากดอกบานโดยสังเกตร่องตาน้อยหน่าเริ่มห่างและสีร่องตาเข้ม ผิวจะเปลี่ยนจากสีเขียวอมเหลือง สำหรับน้อยหน่า-หนัง,เพชรปากช่อง สำหรับพันธุ์สีครั่งจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง
  2. การเก็บเกี่ยว โดยใช้มือปลิดผลติดขั้ว ถ้าอยู่สูงจะใช้ไม่ง่ามสอย ลงมาปลดผล ใส่ตะกร้า นำมาคัดขนาด และบรรจุผลใส่ภาชนะบรรจุ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่ โดยรองด้วยใบตอง
  3. อายุการเก็บรักษา หลังจากขนส่งน้อยหน่าส่งตลาดผลผลิตจะเริ่มสุก ขึ้นอยู่กับความแก่ของผลผลิตที่เก็บเกี่ยวปกติอายุการวางขยายผลผลิต จะอยู่ระหว่าง 3 – 5 วัน

ข้อมูลอื่นๆ :ใบสดและเมล็ด น้อยหน่าสามารถใช้ฆ่าเหา และโรคกลากเกลื้อน โดยเอาใบน้อยหน่าสดมาคั้นเอาแต่น้ำแล้วพอกหัว ภายใน 7 วัน กลากเกลื้อนและเหาก็จะหาย มีวิธีรักษาอยู่ 2 วิธีคือ

      –  นำใบน้อยหน่า 3-4 ใบ มาบดหรือตำให้ละเอียดแล้วคลุกกับเหล้า 28 ดีกรี คลุกให้เคล้ากัน จนได้กลิ่นน้อยหน่า แล้วนำมาทาหัวให้ทั่ว เอาผ้าคลุมไว้สัก 10-30 นาที แล้วเอาผ้าออกใช้หวีสาง เหาก็ตกลงมาทันที

      –  นำใบน้อยหน่า 7-8 ใบ มาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำทาหัวทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างออก จะช่วยทำให้ไข่ฝ่อ และฆ่าเหาได้ และแก้ขับพยาธิลำไส้ แก้หิด แก้กลากเกลื้อน และแก้ฟกบวม
ราก  : เป็นยาระบาย ทำให้อาเจียน และแก้พิษงู ถอนพิษเบื่อเมา
เปลือกต้น : เป็นยาสมานลำไส้ สมานแผล แก้ท้องร่วง แก้พิษงู แก้รำมะนาด ยาฝาดสมาน
ผล :  ผลดิบจะเป็นยาแก้พิษงู แก้ฝีในคอ กลาก เกลื้อน ฆ่าพยาธิ ผิวหนัง และผลแห้ง แก้งูสวัด เริม แก้ฝีในหู

หมายเหตุ : น้อยหน่าจะออกดอกมากเมื่อมีการตัดแต่งกิ่งและแตกยอดใหม่เท่านั้น (ออกดอกเฉพาะกิ่งที่แตกใบใหม่เท่านั้น) แมลงศัตรูที่สำคัญ ได้แก่ เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง

แหล่งที่มา : http://clgc.rdi.ku.ac.th
ที่มารูปภาพประกอบเคดิต: www.technologychaoban.com


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ