บทความเกษตร/เทคโนโลยี » วิธีปลูกฟ้าทะลายโจร (Andrographis-paniculata) พืชสมุนไพรประจำบ้าน

วิธีปลูกฟ้าทะลายโจร (Andrographis-paniculata) พืชสมุนไพรประจำบ้าน

24 ตุลาคม 2020
1702   0

วิธีปลูกฟ้าทะลายโจร (Andrographis-paniculata) พืชสมุนไพรประจำบ้าน!

วิธีปลูกฟ้าทะลายโจร

วิธีปลูกฟ้าทะลายโจร (Andrographis-paniculata)  สมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ และเป็นยาพัฒนาจากสมุนไพร 1 ใน 2 ลำดับแรก (First Line Drug) ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กำหนดให้ใช้สำหรับบรรเทาอาการเจ็บคอ และบรรเทาอาการของโรคหวัด (Common Cold) เช่น เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แทนการใช้ยาแผนปัจจุบันที่มีราคาแพง

สมุนไพรฟ้าทะลายโจร

ลักษณะทั่วไป

         ฟ้าทะลายโจร อยู่ในตระกูล Acanthaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ : Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall ex Nees.) มีถิ่นกำเนิดในอินเดียและ ศรีลังกา เป็นพืชล้มลุกที่ชอบอากาศร้อนชื้น พบมากในประเทศจีน อินเดีย และไทย เป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ระบายน้้ำดี ชอบแดดปานกลาง หากแดดร่มไปจะโตช้า ถ้าแดดจัดเกินไปจะทำให้ใบเล็กและเป็นสีม่วง ต้นสูงประมาณ 30 – 70 เซนติเมตร ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม แตกกิ่งแขนงจำนวนมาก ใบสีเขียวเข้ม มีรูปร่างเรียวปลายแหลม ดอกขนาดเล็กสีขาวมีรอยกระ สีม่วงแดง ฝักคล้ายฝักต้อยติ่ง เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดจะดีกว่าการใช้กิ่งปักชำ โดยใช้เมล็ดจากฝักแก่จัด มีสีน้ำตาลแดง ลักษณะสมบูรณ์ ปราศจากโรคและแมลง ก่อนปลูกนำเมล็ดแช่น้ำที่อุณหภูมิห้อง 6 – 12 ชั่วโมง ควรปลูกในหน้าฝนเพราะเมล็ดจะงอกดีมาก ถ้าปลูกหน้าแล้งต้นจะเล็ก ไม่ค่อยมีใบ ดังนั้น การเลือกสายพันธุ์ที่จะใช้ ในการปลูกช่วงฤดูแล้งเป็นสิ่งสาคัญ ควรเลือกสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดี และมีอายุ การเก็บเกี่ยวสั้นเพื่อช่วยลดปริมาณการใช้น้าลง เช่น พันธุ์พิษณุโลก – 4 ให้ผลผลิตสด 2,378 กิโลกรัม/ไร่ อายุการเก็บเกี่ยว 77 วัน

วิธีปลูกฟ้าทะลายโจร

พื้นที่ต้องไม่มีน้าท่วมขัง หากพื้นที่ลุ่มต้องทาแปลงยกร่อง กว้าง 1 – 2 เมตร ไถพรวนดินใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักพอประมาณไม่ต้องมาก ถ้าดินร่วนซุยอุดมสมบูรณ์อยู่แล้วก็แทบไม่จาเป็น ควรมีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพดินก่อนการปลูก

วิธีปลูกทำได้ 4 วิธี

  • วิธีหว่านเมล็ด นำเมล็ดมาผสมทรายหยาบ อัตรา 1 : 1 – 2 แล้วทาการหว่านในแปลง
  • วิธีโรยเมล็ดเป็นแถว ขุดร่องตื้น ๆ เป็นแถวยาวระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 40 เซนติเมตร โรยเมล็ดแล้วกลบดินบาง ๆ
  • วิธีเพาะกล้า โดยการนำเมล็ดเพาะในวัสดุปลูกที่สะอาด (มูลวัวแห้งผสมแกลบดา) ประมาณ 7 วัน ต้นกล้าจะทยอยงอก ควรคัดขนาดต้นกล้าให้เท่า ๆ กัน และไม่ควรใช้ต้นกล้าที่อายุเกิน 30 วัน (ต้นกล้ามีใบ 6 ใบ) จากนั้น นำต้นกล้าไปปลูกในหลุมกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ลึกประมาณ 8 – 12 เซนติเมตร เป็นแถวระยะห่างระหว่างต้น 20 – 30 เซนติเมตร และระหว่างแถว 40 เซนติเมตร โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง เพราะการปลูกระยะชิดจะช่วยรักษาความชื้นในดินได้นานขึ้น ในช่วงฤดูฝนอาจเพิ่มระยะระหว่างแถวเป็น 60 เซนติเมตร ซึ่งการปลูกวิธีนี้จะเป็นการลดต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ และจะได้ต้นที่สม่าเสมอ
  • วิธีปักชำ ตัดกิ่งที่แข็งแรงยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เด็ดใบออกทั้งหมด แช่น้ำยาเร่งรากเป็นเวลา 10 นาที ผึ่งให้แห้ง นำมาปักชาในกระบะเพาะ ให้มีระยะห่าง 1 x 1 เซนติเมตร รดน้าให้ชุ่ม รักษาความชุ่มชื้น และพรางแสงด้วยสแลนสีดำ ประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อมีการแตกใบ และรากงอกแล้ว จึงย้ายลงปลูกในแปลง

ข้อแนะนำ :

  • การปลูกควรคำนึงถึงเรื่องของความสะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน GAP หรือเกษตรอินทรีย์
  • ควรมีการวางแผนทั้งการเพาะกล้า และการปลูก (เมล็ดพันธุ์ 100 กรัม ย้ายกล้าได้ 8 ไร่) เพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิต เพียงพอ และสม่าเสมอ ตรงตามต้องการของตลาด
  • เมล็ดฟ้าทะลายโจรจะมีการพักตัวเมื่อเก็บไว้นาน ๆ จึงต้องแก้การพักตัวก่อนปลูก หรือเพาะเมล็ด โดยเก็บเมล็ดไว้ที่อุณหภูมิค่า ประมาณ 10 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 เดือน หรือเก็บเมล็ดไว้ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 48 ชั่วโมง

การให้น้ำ

   ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชที่ไม่ควรขาดน้ำ และน้ำที่ใช้ต้องสะอาด จึงควรมีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของน้ำ การให้น้ำถ้าแดดจัด ให้น้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น ถ้าแดดไม่จัดให้น้ำวันละครั้ง หลังจาก 2 เดือนให้น้ำตามความเหมาะสม การให้น้ำปริมาณ 48 ลิตร/ พื้นที่ 1 ตารางเมตร จะให้ผลผลิต และสารสาคัญสูงสุด ในช่วงฤดูแล้งควรคลุมแปลงด้วยฟางข้าว หรือหญ้าแห้งให้หนาขึ้น เพื่อช่วยรักษาความชื้นให้นานขึ้น

การใส่ปุ๋ย
เมื่อลงปลูกใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก โดยปริมาณการใส่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของดิน หลังปลูก 60 วัน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 480 – 640 กิโลกรัม/ไร่ และ หลังปลูก 90 – 110 วัน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 480 – 800 กิโลกรัม/ไร่

ศัตรูที่สาคัญและการป้องกันกาจัด

ไม่พบการระบาดของโรคแมลงที่ทาความเสียหายรุนแรง โรคที่พบบ้าง ได้แก่ โรคโคนเน่าและรากเน่าจากเชื้อรา หากพบ ให้ถอนทาลายทันที

การเก็บเกี่ยวให้ได้สารสาคัญออกฤทธิ์สูงสุด

  • การเก็บผลผลิตฟ้าทะลายโจรแบบแยกส่วน ได้แก่ ตัดส่วนยอด 25 เซนติเมตร
    ในระยะออกดอก 25 – 50 % จะได้สารสาคัญออกฤทธิ์ Andrographolide สูงสุด และตัดส่วนที่เหลือเหนือดินห่างโคนต้น 4 ข้อ เหลือตอไว้ 10 – 1 เซนติเมตร เพื่อให้แตกยอดและกอใหม่ เก็บได้ปีละ 2 ครั้ง แยกผลผลิตจาหน่ายตามคุณภาพ ในขณะเดียวกันควรเก็บตอไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อไว้เก็บเมล็ดพันธุ์ (ต้นอายุ เดือน ถึง เดือนครึ่ง เก็บเมล็ดได้)
  • เก็บเกี่ยวถูกระยะโดยเป็นระยะเริ่มออกดอกถึงดอกบาน 25 – 50 % คือ ใน 100 ต้น มีดอกครบ 25 – 50 ต้น จะเก็บทั้งแปลง ซึ่งฟ้าทะลายโจรมีใบมาก และไม่ควรเกินระยะดังกล่าว เพื่อให้มีสารสาคัญสูง ใบฟ้าทะลายโจรจะมีปริมาณสารสาคัญสูงกว่ากิ่งก้าน และไม่ควรนับอายุการเก็บเกี่ยวเพียงอย่างเดียว เนื่องจากในแต่ละช่วงการผลิต อายุการออกดอกอาจจะแตกต่างกัน หากเก็บเกี่ยวช้าในระยะที่ติดเมล็ดแล้วใบจะลดลงเหลือแต่กิ่งก้านทาให้มีปริมาณสารสาคัญต่า

วิธีปลูกฟ้าทะลายโจร

สรรพคุณทางยาของฟ้าทะลายโจร (Andrographis-paniculata)

    ฟ้าทะลายโจรที่สามารถนามาใช้ในตารับยา ต้องมีสารสาคัญ (Andrographolide) ไม่น้อยกว่า 6 % ซึ่งมีงานวิจัยในมนุษย์ว่า ฟ้าทะลายโจรสามารถบรรเทาอาการหวัดและไข้หวัดใหญ่ได้ผลดี จึงถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ด้วยข้อบ่งใช้ บรรเทา อาการเจ็บคอ และบรรเทาอาการหวัด โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้แนะนำตารับยาและวิธีการใช้ ดังนี้

  • ยาชง นำใบสด   7 ใบ ใส่แก้ว เติมน้ำเดือดลงไปเกือบเต็มแก้ว ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง พออุ่น รินแต่น้ำดื่ม ครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 – 4 ครั้ง หลังอาหาร
  • ยาต้ม ใช้ทั้งต้นและใบ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3 – 4  แก้ว ให้เดือด 10 – 1 นาที ทิ้งให้อุ่น รินน้ำดื่ม ครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 – 4 ครั้ง หลังอาหาร
  • ยาเม็ด นำใบสดมาล้างให้สะอาด ตากแดด 1 – 2 วัน จนแห้งกรอบ บดเป็นผงให้ละเอียด ปั้นกับน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม ให้เป็นเม็ด ขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือง ผึ่งลมให้แห้ง รับประทานครั้งละ – 10 เม็ด วันละ 3 – 4 ครั้ง หลังอาหาร
  • ยาแคปซูล นำใบสดมาล้างให้สะอาด ตากแดด 1 – 2 วัน จนแห้งกรอบ บดเป็นผงให้ละเอียด นาใส่แคปซูล ขนาดเบอร์ 0 รับประทานครั้งละ 2 – 4 แคปซูล วันละ 3 – 4 ครั้ง หลังอาหาร การใช้ฟ้าทะลายโจรให้ได้ผลดีและออกฤทธิ์เร็วที่สุดในการแก้ไข้หวัด คือ ถ้าเริ่มรู้สึกว่าครั่นเนื้อครั่นตัว เหมือนจะเป็นไข้ ให้รีบรับประทานทันที ถ้าเป็นมาแล้ว 2 – 3 วัน จะไม่ค่อยได้ผล

ข้อควรระวังของการใช้ฟ้าทะลายโจร (Andrographis-paniculata)

  • ห้ามหญิงมีครรภ์ หรือให้นมบุตรรับประทาน
  • หากรับประทานแล้วมีอาการหน้ามืด วิงเวียน มึนงง ท้องอืด ควรหยุดยา
  • ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
  • หากเป็นไข้และมีอาการหนาวเย็น หรือหนาวสะท้าน หากรับประทาน ฟ้าทะลายโจรจะทาให้มีอาการมากขึ้น เพราะเป็นยาเย็นจัด

 ระวังการใช้ยาฟ้าทะลายโจรร่วมกับยาแผนปัจจุบัน เช่น วาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล ยาลดความดันโลหิต ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร

เอกสารอ้างอิง : ฟ้าทะลายโจร


บทความอื่นๆ