บทความเกษตร/เทคโนโลยี » ไฟเกษตรคืออะไร การขอใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร

ไฟเกษตรคืออะไร การขอใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร

30 กันยายน 2020
3188   0

ไฟเกษตรคืออะไร การขอใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร

การขอใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร

การขอใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร


สวัสดีครับในบทความนี้เราจะมาพูดถึง ไฟเกษตรคืออะไร การขอใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร  การทำอาชีพเกษตรกร นั้นสามารถขอใช้ ไฟฟ้าฟรี ได้  แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยเจ้าไฟฟ้าตัวนี้มีชื่อเรียกว่า “ไฟเกษตร” โดยมันจะทำหน้าที่สำหรับใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟในไร่นาต่างๆ

ไฟเกษตรคืออะไร

การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟ เป็นต้น  เพียงแต่ต้องทำตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

การขอใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร

  1. ต้องมีเส้นทางสาธารณะที่รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้อย่างสะดวก
  2. สามารถดำเนินการก่อสร้างระบบจำหน่ายโดยวิธีปักเสาพาดสายไฟเข้าไปถึงจุดที่ขอใช้ไฟฟ้าได้
  3. ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันขนาดพื้นที่และชนิดของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่ต้องการใช้ไฟฟ้า
  4. ต้องระบุแหล่งน้ำที่จะใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า เช่น คลองสาธารณะ คลองชลประทาน แหล่งน้ำใต้ดินในลักษณะต่างๆ
  5. ต้องมีเอกสาร/หลักฐานสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายของพื้นที่ทำการเกษตร แต่ต้องไม่ใช่ที่ดินที่ถือครองโดยเอกชนรายใหญ่
  6. เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขอติดตั้งมิเตอร์ ขนาดไม่เกิน 15(45) แอมป์ ต่อ 1 ราย
  7. ต้องสามารถออกใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้ามิเตอร์เครื่องที่ 2(ใหม่) โดยจะแจ้งเก็บเงินไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1(เก่า) ทั้งสองมิเตอร์ต้องอยู่ในเขตพื้นที่ของการไฟฟ้าเดียวกัน
  8. ค่าใช้จ่ายในการขยายเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 50,000 บาท (PEA. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการขยายเขต)

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาโฉนดที่ดิน
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • ใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ

ขั้นตอนขอไฟเกษตรมีดังนี้

การขอไฟฟ้ามาลงที่สวนของเรานั้น สิ่งที่จำเป็นคือหากส่วนอยู่ติดบ้าน  เราแค่งถ่ายรูปที่พักและห้องน้ำไปให้อนามัยในพื้นที่มาตรวจพร้อมกับเซ็นต์เอกสารรับรองการเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะ จากนั้นก็นำหนังสือไปยื่นกับผู้ใหญ่บ้านหรือผู้รับผิดชอบในการขอบ้านเลขที่ต่อไป จากนั้นให้นำหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านไปยื่นต่อที่อำเภอ เพื่อลงทะเบียนขอสำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้เราก็จะมีสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมบ้านเลขที่เรียบร้อยแล้ว

แต่หากสวนหรือไร่นาอยู่ไกลจากตัวบ้านสิ่งที่ต้องทำคือ ต้องสร้างเพิงพักหรือที่พักที่ดูมั่นคงพร้อมกับห้องน้ำ เพราะการมีห้องน้ำจะเปรียบเสมือนว่าเราจะมาอยู่ถาวร (ถึงแม้ว่ายังไม่ได้อยู่ถาวรตอนนี้เลยก็ตาม) ฉะนั้นห้องน้ำจึงมีความจำเป็นมากสำหรับใช้ประกอบหลักฐานในการขอบ้านเลขที่ จากนั้นก็ทำตามขั้นต่อขั้นต้น  จากนั้น เตรียมเอกสารได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน  สำเนาโฉนดที่ดินและสำเนาบัตรประชาชน

จากนั้นนำเรื่องไปยื่นกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆเช่น อบต. หรือเทศบาลตามพื้นที่อยู่อาศัย เจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกเอกสารเพื่อรับรองโดยแนบสำเนาทะเบียนบ้านของเราและเพื่อนบ้านไปพร้อมกัน  หลังจากที่ยื่นเรื่องที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว ก็นำเอกสารไปยื่นไว้ที่การไฟฟ้าในอำเภอของเรา แล้วกรอกเอกสารให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นการยื่นเรื่องไว้รอ และอย่าลืมถามความเป็นไปได้ในการที่จะได้ไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ด้วย แนะนำให้รวมกลุ่มกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไปก็จะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น

ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า

5(15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท   15(45) แอมป์ 1 เฟส ค่าธรรมเนียม 6,450 บาท  และ 15(45) แอมป์ 3 เฟส ค่าธรรมเนียม 21,350 บาท

ข้อควรรู้ การขอไฟเกษตรต้องดูแนวโน้มในพื้นที่ด้วยว่าจะมีไฟฟ้าเข้ามาด้วยหรือไม่ และต้องมีบ้านอยู่ในโซนเดียวกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป แต่หากพื้นที่มีบ้านหลังเดียวก็สามารถขอไฟฟ้าพิเศษได้ แต่ค่าไฟจะสูงกว่าปกติ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1129

ข้อมูลอ้างอิงจาก : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ :