บทความเกษตร/เทคโนโลยี » วิธีปลูกเพกาให้ต้นเตี้ย ฝักดก พร้อมวิธีการดูแลรักษา

วิธีปลูกเพกาให้ต้นเตี้ย ฝักดก พร้อมวิธีการดูแลรักษา

21 กรกฎาคม 2021
7402   0

วิธีปลูกเพกาให้ต้นเตี้ย ฝักดก พร้อมวิธีการดูแลรักษา

วิธีปลูกเพกาให้ต้นเตี้ย

วิธีปลูกเพกาให้ต้นเตี้ย





เพกา ลิ้นไม้ หรือลิ้นฟ้า  นับเป็นพืชผักสุมนไพรที่มีอยู่ตามธรรมชาติทุกภาคของเมืองไทย เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในเขตอากาศร้อน เพกาเป็นพืชที่ทนและเจริญเติบเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่แห้งแล้ง และอากาศร้อนแบบบ้านเรา เพกาพันธุ์พื้นเมืองเดิมส่วนใหญ่ต้นจะมีความสูงมาก ทำให้การเก็บฝักสดมาบริโภคค่อนข้างที่จะลำบากฃ จึงไม่ได้รับความนิยมมากนักในอดีต

เพกาเตี้ย

แต่ในปัจจุปัน มีเพกาที่ขนาดความสูงของลำต้นไม่สูงเหมือนแต่ก่อน ซึ่งเรียกว่า “เพกาเตี้ย” เพกาเตี้ยเป็นเพกาที่กลายพันธุ์มาจากการปลูกเพกาต้นสูงแบบเพาะเมล็ด ซึ่งเป็นการกลายพันธุ์ในทางที่ดี คือมีความสูงของต้น ที่เตี้ย ติดฝักดก หมุนเวียนตลอดปี มีชื่อเรียกสายพันธุ์อยู่ 2 ชื่อ เพชรโนนผึ้ง และ เบาดอ แต่คุณสมบัติของ 2 สายพันธุ์ไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน ทั้งรสชาดที่ขมน้อยและคุณสมบัติทางกายภาพ

ฝักเพกาต้นเตี้ย แต่ปัจจุปันฝักสดเพกาเป็นที่นิยมกันแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศไทย และกำลังได้รับความนิยมจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาวและกัมพูชา เป็นต้น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

วิธีปลูกเพกาให้ต้นเตี้ย ฝักดก พร้อมวิธีการดูแลรักษา

ไม้ต้น สูง 3-12 เมตรแตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายยอดก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝัก รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในเมล็ดแบน สีขา  ส่วนที่ใช้ : ราก เปลือกต้น ฝักอ่อน

วิธีการปลูกเพกาต้นเตี้ยให้ติดฝักดก

  • ต้องใช้ต้นพันธุ์ที่เป็นเพกาต้นเตี้ยสายพันธุ์แท้เท่านั้น ขยายพันธุ์มาจากต้นแม่พันธุ์ที่ดี มีคุณภาพ เช่น ต้นเตี้ย ติดฝักดกหมุนเวียนตลอดปี
    วิธีปลูกเพกาให้ต้นเตี้ย ฝักดก พร้อมวิธีการดูแลรักษา
  • การเลือกพื้นที่ๆ จะปลูกสภาพดินและคุณลักษณะของหน้าดินต้องไม่แน่นมากจนเกินไป เพราะจะทำให้เพกาเตี้ยเจริญเติบโตได้ไม่ดี
  • ใช้ระยะปลูก4×4 เมตร ขุดหลุมลึก 50×50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 1 ปี๊บต่อหลุมต่อต้น โดยคลุกเคล้ากับดิน+ผสมด้วยเศษฟางหรือเศษใบไม้ด้วยก็ได้ ถ้ามีใบฉำฉาจะดีทำให้ต้นเพกาโตเร็วขึ้น
  • นำต้น พันธุ์เพกาเตี้ยที่ผ่านการอนุบาลอายุ 2 เดือนเป็นอย่างน้อย ลงหลุมปลูก
  • ในช่วง 2-3 วันแรกที่ปลูกเพกาเตี้ย ให้รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน เพื่อป้องกันต้นพันธุ์เพกาเตี้ย น็อคอากาศ หลังจากนั้นการรดน้ำก็ให้ดูตามสภาพดิน หากดินมีความชื้นอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ เพราะเพกาเตี้ยไม่ชอบน้ำแฉะชื้น และท่วมขัง
  • เพกาเตี้ยมีอายุช่วง 0-15 วัน พยายามให้ ปุ๋ยคอก อย่างเดียว และรดน้ำตามทุกครั้งที่มีการให้ปุ๋ย
  • เพกาเตี้ยอายุ 15 วันขึ้นไปให้ใส่ปุ๋ย 15-15-15 หรือ 16-16-16 โดยทุกๆ 1 เดือน ให้ใส่ทีนะน้อย ห่าง จากโคนต้นประมาณ 1 คืบ
  • เพกาเตี้ยอายุประมาณ 4-5 เดือน เราก็ต้องเริ่มตัด แต่งยอดเพกาเตี้ย เพื่อให้เพกาเตี้ย ติดฝักดก
  • ช่วงประมาณ 6 เดือนขึ้นไปเพกาเตี้ยก็จะเริ่มติดดอก ในช่วงที่เพกาเตี้ยติดดอก ให้เสริมปุ๋ย สูตรบำรุง ดอก และผล เช่น 8-24-24 ปริมาณการใส่ประมาณ 2-3 กำมือ ต่อต้น ทุกๆ 15 วัน
  • ในช่วงที่เพกาติดดอก ให้โรยปุ๋ย รอบๆ ทรงพุ่มใบของเพกาเตี้ย พร้อมทั้งปุ๋ยคอกควบคู่กันไป และรดน้ำตามทุกครั้งที่มีการให้ปุ๋ยเพกาเตี้ย พอเพกาเตี้ยเริ่มติดฝักแล้วก็หยุดให้ปุ๋ย เคมีได้

ข้อสังเกต

  • ถ้าปลูกแบบต้นที่เพาะจากกิ่งชำ ประมาณ 4-5 เดือน จะเริ่มออกดอก แต่ถ้าปลูกแบบต้นที่เพาะด้วยเมล็ด ใช้เวลาประมาณ 1 ปี จะเริ่มออกดอก หลังจากที่เพกาออกดอกประมาณ 20-30 วัน จะเริ่มติดฝัก ระยะเวลา 1 ปี สามารถเก็บฝักได้ประมาณ 2-3 รุ่น แล้วแต่ความสมบูรณ์ของต้น
  • ต้นเพกาช่วงปีแรกที่ออก ดอกจะไม่ค่อยติดฝักดก ซึ่งเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว แต่จะติดฝักดกมากในช่วงปีที่ 2 เป็นต้นไป ต้นเพกาเตี้ยที่ได้รับการดูแลให้ปุ๋ยให้น้ำที่เพียงพอจะติดฝักดกประมาณ 100 ฝักต่อรุ่น หรือประมาณ 300 ฝักต่อปี ทำให้เกษตรกรสามารถเก็บขายสร้างรายได้ตลอดทั้งปี
  • เมื่ออายุต้นเพกาประมาณ 4 ปีขึ้นไปต้นจะสูงเกิน 3 เมตร ควรทำการตัดแต่งทำสาวให้ต้นเพกา
  • หลังจากตักแต่งแล้วรดน้ำให้ปุ๋ย เพกาจะผลิยอดกิ่งงอกออกมาใหม่ ก็จะได้เพกาต้นเตี้ย เหมือนเดิมอีกครับ

เทคนิคโนนผึ้งด้วยการชำรากหรือชำต้น

การขยายพันธุ์เพกาพันธุ์เพชร

  • ถ้าชำต้น หรือ ชำราก เลือกตัดเฉพาะกิ่งพันธุ์ของต้นที่สมบูรณ์ กิ่งที่ไม่อ่อนหรือไม่แก่จนเกินไป เลือกต้นที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับปากกาขึ้นไปมาทำการเพาะขยายพันธุ์ จะดีที่สุด ต้นลิ้นไม้จะเจริญเติบโตดี โดยตัดกิ่งชำให้มีขนาดประมาณ 1-2 นิ้ว แล้วนำมาเสียบลงถุงเพาะชำ



  • ใช้หน้าดิน 1 ส่วน + แกลบดำ 1 ส่วน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วกรอกใส่ถุงดำครึ่งถุง เตรียมไว้เป็นถุงสำหรับเพาะขยายพันธุ์
  • โรงเรือนสำหรับเพาะชำนั้น ต้องเป็นที่ร่มหรือแสงแดดรำไร ไม่ควรโล่งแจ้งหรือแดดจัดมากเกินไป
  • ดูแลรดน้ำถุงเพาะทุวันๆละ 1 ครั้ง จนอายุประมาณ 2 เดือน สามารถย้ายลงหลุมปลูกได้

การขยายพันธุ์ต้นเพกา(ลิ้นไม้) ทุกวิธี ใช้เวลาเพาะประมาณ 1.5 – 2 เดือน จึงสามารถย้ายลงหลุมปลูกได้

วิธีปลูกเพกาให้ต้นเตี้ย ฝักดก พร้อมวิธีการดูแลรักษา

เทคนิคการขยายพันธุ์เพกา(ลิ้นไม้) พันธุ์เพชรโนนผึ้งแบบเพาะเมล็ด

  • ใช้เมล็ดเพกา(ลิ้นไม้)มาเพาะ โดยใส่ถุงเพาะ 2 เมล็ดต่อถุง กดลึกลงไปประมาณ 1 ข้อนิ้วมือ
  • ใช้หน้าดิน 1 ส่วน+แกลบดำ 1 ส่วน+ปุ๋ยคอก 1 ส่วน คลุกเคล้าผสมกันจากนั้นกรอกลงในถุงเพาะ ดูแลรดน้ำถุงเพาะทุวันๆละ 1 ครั้ง จนอายุประมาณ 2 เดือน สามารถย้ายลงหลุมปลูกได้

ประโยชน์และสรรพคุณของเพกาต้นเตี้ย

1.ใช้เป็นอาหาร

      • ยอดอ่อนและฝักอ่อน มีรสขม นิยมเผาหรือลวกสุก จะทำให้มีความขมลดลง เผาแล้วขูดเอาผิวออกให้หมด กินกับน้ำพริกหรือลาบ
      • เมล็ดเพกา เป็นส่วนประกอบในน้ำจับเลี้ยงที่คนจีนนิยมดื่มกัน

    ข้อควรระวัง ถ้ากินมากอาจทำให้เป็นต้อเนื้อที่ดวงตาได้ หญิงมีครรภ์ควรรับประทานแต่น้อย เพราะมีฤทธิ์ร้อนใน

2.สรรพคุณ

         ผลเพกามีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา เหมาะกับคนที่ขาดวิตามินเอ และมีเส้นใยอาหารมาก ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ทั้งเส้นใยยังช่วยลดการดูดซึมไขมันและน้ำตาลเข้าสู่กระแสโลหิตด้วย

เมล็ด   ใช้เป็นยาระบาย แก้ไอ ขับเสมหะ โดยต้มเมล็ดเพกาหนึ่งกำมือกับน้ำ 300 ซีซี จนเดือดให้เนื้อยาออกมา จากนั้นนำไปดื่มวันละ 3 ครั้ง ต่อเนื่องประมาณ 5-7 วัน

ฝักอ่อน ช่วยขับลมในท้อง ขับเสมหะ บำรุงร่างกาย

เปลือก และ ต้น แก้ท้องร่วง ร้อนใน สมานแพลลดการอักเสบ ลดอากาแพ้ บำรุงโลหิต ขับเสมหะด้วย และยังเป็นส่วนผสมของยาสมุนไพรแก้เบาหวาน แก้ริดสีดวงทวาร

ขอบคุณข้อมูลจาก สวนเพกาเตี้ยบ้านผักกาดหญ้า อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์,คุณสุรพล คูณผล สวนเพกาพันธุ์เพชรโนนผึ้ง อุบลราชธานี  Facebook/wiwatchaiprawatpaka


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ